เชื่อมั่นอสังหาฯเมืองกรุงคึก
วันที่ : 13 มกราคม 2565
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ค่าดัชนีในไตรมาสนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นมีปัจจัยสนับสนุน มาจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย (แอลทีวี) ชั่วคราว เริ่มตั้งแต่ 20 ต.ค. 64-31 ธ.ค. 65 เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย
นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในภาวะปัจจุบัน ภาพรวมของไตรมาส 4 ปี 64 มีค่าดัชนีเท่ากับ 52.0 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และมีค่าดัชนีสูงกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ไตรมาส หลังจากที่ค่าดัชนีความเชื่อมั่นต่ำกว่าค่ากลางต่อเนื่องกัน 10 ไตรมาส ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น
"ค่าดัชนีในไตรมาสนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นมีปัจจัยสนับสนุน มาจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย (แอลทีวี) ชั่วคราว เริ่มตั้งแต่ 20 ต.ค. 64-31 ธ.ค. 65 เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด รวมถึงการที่รัฐบาลได้มีนโยบายในการเปิดประเทศในต้นเดือน ธ.ค. 64 ทำให้คาดว่าจะส่งผลเชิงบวกต่อการกลับมาของกำลังซื้อที่อยู่อาศัยของคนต่างชาตินับเป็นปัจจัยบวกทำให้ผู้ประกอบการเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น"
ทั้งนี้ เมื่อจำแนกกลุ่มผู้ประกอบการ ตามประเภทบริษัท พบว่า ความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ช่วงไตรมาส 4 ปี 64 มีค่าดัชนีเท่ากับ 56.3 ซึ่งสูงกว่าค่ากลาง และไตรมาสก่อนหน้าที่มีค่าดัชนี 50.0 โดยเป็นผลจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นโดยมีค่า ดัชนีเท่ากับ 62.5 สูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า และการเปิดตัวโครงการใหม่หรือเฟสใหม่มีค่าดัชนีเท่ากับ 60.3 ซึ่งสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้าเช่นเดียวกัน ขณะที่ผู้ประกอบการที่ไม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มีค่าดัชนี 45.5 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 42.7 โดยมีแนวโน้มดัชนีเพิ่มขึ้น เห็นได้จากยอดขายเท่ากับ 48.1 สูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า และเปิดตัวโครงการใหม่หรือเฟสใหม่มีค่าดัชนีเท่ากับ 47.1 ค่าดัชนีที่ต่ำกว่าค่ากลาง ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อธุรกิจในระดับที่ต่ำ ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นใน 6 เดือนข้างหน้า มีค่าเท่ากับ 62.0 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ระดับ 57.2
"ค่าดัชนีในไตรมาสนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นมีปัจจัยสนับสนุน มาจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย (แอลทีวี) ชั่วคราว เริ่มตั้งแต่ 20 ต.ค. 64-31 ธ.ค. 65 เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด รวมถึงการที่รัฐบาลได้มีนโยบายในการเปิดประเทศในต้นเดือน ธ.ค. 64 ทำให้คาดว่าจะส่งผลเชิงบวกต่อการกลับมาของกำลังซื้อที่อยู่อาศัยของคนต่างชาตินับเป็นปัจจัยบวกทำให้ผู้ประกอบการเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น"
ทั้งนี้ เมื่อจำแนกกลุ่มผู้ประกอบการ ตามประเภทบริษัท พบว่า ความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ช่วงไตรมาส 4 ปี 64 มีค่าดัชนีเท่ากับ 56.3 ซึ่งสูงกว่าค่ากลาง และไตรมาสก่อนหน้าที่มีค่าดัชนี 50.0 โดยเป็นผลจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นโดยมีค่า ดัชนีเท่ากับ 62.5 สูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า และการเปิดตัวโครงการใหม่หรือเฟสใหม่มีค่าดัชนีเท่ากับ 60.3 ซึ่งสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้าเช่นเดียวกัน ขณะที่ผู้ประกอบการที่ไม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มีค่าดัชนี 45.5 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 42.7 โดยมีแนวโน้มดัชนีเพิ่มขึ้น เห็นได้จากยอดขายเท่ากับ 48.1 สูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า และเปิดตัวโครงการใหม่หรือเฟสใหม่มีค่าดัชนีเท่ากับ 47.1 ค่าดัชนีที่ต่ำกว่าค่ากลาง ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อธุรกิจในระดับที่ต่ำ ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นใน 6 เดือนข้างหน้า มีค่าเท่ากับ 62.0 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ระดับ 57.2