หันซื้อบ้านเก่าแทนบ้านใหม่
Loading

หันซื้อบ้านเก่าแทนบ้านใหม่

วันที่ : 23 มีนาคม 2565
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) คาดการณ์ว่าในปี 65 จะมีโครงการเปิดตัวใหม่เข้าสู่ตลาดในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑล 83,608 หน่วย เพิ่มขึ้น 62.2% มูลค่า 386,757 ล้านบาท
          นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปี 65 มีปัจจัยที่ต้องระมัดระวัง นอกจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดจนหากมีการล็อกดาวน์ จะทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่กระเตื้องขึ้นเท่าที่ควรแล้ว ยังมีปัจจัยบ้านมือสองอาจจะเป็นสินค้าทดแทนบ้านใหม่ โดยผู้ประกอบการบ้านใหม่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง หากมีบ้านมือสองอยู่ในทำเลเดียวกันจำหน่ายมาก อาจกระทบต่อยอดขายได้ นอกจากนี้ยังต้องติดตามการปรับขึ้นของดอกเบี้ย ความผันผวนของราคาน้ำมันซึ่งมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อ ดังนั้นการเปิดตัวโครงการใหม่จำเป็นต้องมีข้อมูลรองรับเพื่อลดความเสี่ยง

          อย่างไรก็ตาม ศูนย์ข้อมูลฯ คาดการณ์ว่าในปี 65 จะมีโครงการเปิดตัวใหม่เข้าสู่ตลาดในพื้นที่กรุงเทพฯ - ปริมณฑล 83,608 หน่วย เพิ่มขึ้น 62.2% มูลค่า 386,757 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.6% แบ่งเป็นการเปิดตัวโครงการใหม่ประเภทบ้านจัดสรร 39,089 หน่วย เพิ่มขึ้น 28.2% มูลค่า 209,511 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.7% เป็นประเภทโครงการอาคารชุด 44,519 หน่วย เพิ่มขึ้น 111.5%  มูลค่า 177,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 184.7%

          นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าจะมีโครงการที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล 77,222 หน่วย เพิ่มขึ้น 24.7% มูลค่า 346,389 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% ประกอบด้วย บ้านจัดสรร 35,466 หน่วย เพิ่มขึ้น 10.4% มูลค่า 180,845 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% อาคารชุด 41,756 หน่วย เพิ่มขึ้น 40.1% มูลค่า 165,544 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.0%

          นายวิชัย กล่าวว่า แนวโน้มจำนวนหน่วยเหลือขายยังคงเป็นตัวเลขที่น่าจับตา แม้จะมีแนวโน้มลดลง แต่ ณ สิ้นปี 65 มองว่าจะมีหน่วยเหลือขายคงค้าง 160,472 หน่วย ลดลง 2.7% มูลค่า 762,810 ล้านบาท ลดลง 4.5% แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 91,586 หน่วย ลดลง 10.5% มูลค่า 478,035 ล้านบาท ลดลง 8.8% โครงการอาคารชุด 68,887 หน่วย เพิ่มขึ้น 10.1% มูลค่า 284,775 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7%