ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผยสงครามรัสเซีย-ยูเครน ฉุดความเชื่อมั่นผู้ประกอบการอสังหาฯ ทรุด
Loading

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผยสงครามรัสเซีย-ยูเครน ฉุดความเชื่อมั่นผู้ประกอบการอสังหาฯ ทรุด

วันที่ : 15 เมษายน 2565
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นที่ลดลงในไตรมาสนี้ มีสาเหตุหลักมาจากการสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันและราคาวัสดุก่อสร้างมีการปรับตัวสูงขึ้น
          ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยถึง ดัชนีความเชื่อมั่นที่ลดลงในไตรมาสนี้ มีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ การสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันและ ราคาวัสดุก่อสร้างมีการปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาของเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นมากถึงร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคการก่อสร้างปัญหา ภาวะเงินเฟ้อ และการปรับอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการมีความกังวลในการดำเนินธุรกิจในไตรมาสปัจจุบัน

          เมื่อจำแนกกลุ่มผู้ประกอบการฯ พบว่า ความเชื่อมั่นในภาวะ ปัจจุบันของผู้ประกอบการกลุ่ม Listed Companies ในไตรมาส 1 ปี 2565 มีค่าดัชนีเท่ากับ 51.1 สูงกว่าค่ากลางที่ระดับ 50 แต่ต่ำ กว่าไตรมาสก่อนหน้าที่มีค่าดัชนี 56.3 แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการกลุ่ม Listed Companies ยังมีความเชื่อมั่นต่อธุรกิจในภาวะปัจจุบัน แต่มีความเชื่อมั่นที่ลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา

          ขณะที่ผู้ประกอบการกลุ่ม Non-listed Companies ในไตรมาส ปี 2565 มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นเท่ากับ 41.1 ลดลงต่อเนื่องจาก ไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 45.5 แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบ การรายย่อยกลุ่ม Non-listed Companies ยังไม่มีความเชื่อมั่น ในการดำเนินธุรกิจในภาวะปัจจุบัน และมีความเชื่อมั่นที่ลดลงจาก ไตรมาสก่อนหน้าด้วย (ดูตารางที่ 1 และแผนภูมิที่ 1)

          ลำหรับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในภาพรวมอีก 6 เดือนข้างหน้า (Expectations Index) มีค่าเท่ากับ 56.5 ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ระดับ 62.0 โดยผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นลดลงทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านต้นทุนการประกอบการซึ่งผู้ประกอบการมีความกังวลใจมากที่สุดว่าจะมีการปรับเพิ่มต้นทุนการประกอบการในอีก 6 ข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องต้นทุนการประกอบการที่ลดลงเหลือเพียง 24.3 ซึ่งลดลงต่อ เนื่องจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 26.5

          เมื่อจำแนกกลุ่มผู้ประกอบการฯ ตามประเภทบริษัท พบว่า กลุ่ม Listed Companies มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในอีก 6 เดือน ข้างหน้าเท่ากับ 60.5 ลดลงจากไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่ระดับ 67.4 แต่ก็ยังสูงกว่าค่ากลางที่ระดับ 50,0 และเห็นได้ว่ามีความเชื่อมั่น ลดลงในทุกด้าน

          ขณะที่ผู้ประกอบการฯ กลุ่ม Non-listed Companies มีค่าดัชนีเท่ากับ 50.5 ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 54.0 โดยมีความเชื่อมั่นลดลงเกือบทุกด้าน ยกเว้นด้านยอดขาย ที่กลุ่มนี้มีความเชื่อมั่นว่าในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นจากค่าดัชนีในไตรมาสก่อน1