NPA พุ่งเซ่นโควิดกว่า1.3แสนล้านสถาบันฯ เร่งสาง
Loading

NPA พุ่งเซ่นโควิดกว่า1.3แสนล้านสถาบันฯ เร่งสาง

วันที่ : 16 มิถุนายน 2565
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมไปถึงบ้านมือสอง ทำให้ตลาดบ้านมือสองขยายตัว ด้านอุปทานในตลาดมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
          สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เผย พิษโควิด-19 ดันยอด NPA ไตรมาส 1/65 พุ่ง 1.3 แสนล้านบาท ล่าสุด จัดกิจกรรมการตลาดหวังล้างสต๊อก เชื่อดอกเบี้ยขาขึ้น-เงินเฟ้อ หนุนราคาบ้านใหม่ปรับราคาแรง

          นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดการระบาดโควิด-19 ส่งผลให้ยอดสะสมสินทรัพย์รอการขาย (NPA) สิ้นเดือน เม.ย. 2565 ปรับตัวสูงขึ้น ธนาคารพาณิชย์มียอด NPA คงค้างรวม 135,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% จากช่วงเดียวกันของปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการระบาดโควิด ที่มียอดคงค้างรวมที่ 92,800 ล้านบาท

          อย่างไรก็ตาม หลังจากโควิดคลี่คลาย ภาครัฐผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมา จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคต้องการที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่มากขึ้น

          ส่งผลให้สมาคมฯ จัดกิจกรรมการตลาดเพื่อส่งเสริมการขาย NPA ของธนาคาร สถาบันการเงิน และบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ภายใต้ชื่องาน "Home-Loan -NPA grand Sale 2022" ซึ่งเป็นงานแสดงทรัพย์สินรอการขายจากธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่นำมาเสนอขายร่วมกัน ทำให้มีอสังหาฯ ที่หลากหลาย ทำเลดี สินเชื่อดี และเป็นโอกาสดีสำหรับการซื้อเพื่ออยู่อาศัยและการลงทุน ในงานนี้จะจัดเป็นรูปแบบ Hybrid เพื่อขยายฐานผู้บริโภคให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยจะจัดงาน Onsite ระหว่างวันที่ 1-3 ก.ค.2565 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่นฮอลล์ 8 เมืองทองธานี พร้อมมีการจัดแบบออนไลน์ในรูปแบบ 3D Virtual Exhibition เริ่มตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. 2565

          คาดว่า สถาบันการเงินจะนำ NPA เข้าร่วมงานครั้งนี้ในจำนวนหลักหลายหมื่นล้านบาท จากยอด NPA ทั้งระบบที่มีกว่า 100,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บ้านใหม่ปี 2564 ติดลบ10%ขณะที่บ้านมือสองเติบโต 3%ด้วยปัจจัยเสี่ยงอย่างเงินเฟ้อ วัสดุปรับราคาขึ้น ฯลฯ ส่งผลให้แนวโน้มราคาบ้านใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ราคาเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาบ้านมือสองยังราคาเท่าเดิม

          นอกจากนี้ หากมีการขยับดอกเบี้ยขึ้นมาก อาจส่งผลในการชะลอการตัดสินใจการซื้อบ้านได้ มองว่า เรื่องดอกเบี้ยยังมีความไม่แน่นอนสูง หากขยับไม่ถึง 1% จะมีผลต่อตลาดน้อย คงต้องจับตาดูในช่วงปี 2566 เป็นหลักมากกว่า

          ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ รักษาการอำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะกรรมการที่ปรึกษาสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมไปถึงบ้านมือสอง ทำให้ตลาดบ้านมือสองขยายตัว ด้านอุปทานในตลาดมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยไตรมาส 1/2565 มีการขยายตัวขึ้น 25.1% และจำนวนหน่วยเติบโต 20.2%