เอ็นพีเอแบงก์1.35แสนล.
วันที่ : 16 มิถุนายน 2565
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) มองว่า บ้านมือสองจะมีบทบาทมากในตลาดที่อยู่อาศัย เนื่องจากราคาบ้านใหม่มีทิศทางปรับสูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตปรับตัวสูง
นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เปิดเผยว่าในช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้มียอดสะสมของทรัพย์สินรอการขาย หรือเอ็นพีเอปรับตัวสูงขึ้น โดยสิ้นเดือน เม.ย. 65 ธนาคารพาณิชย์มียอดเอ็นพีเอคงค้างรวมกว่า 1.35 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 46% จากช่วงเดียวกันของปี 62 ซึ่งเป็นช่วงก่อนโควิด-19 ที่มียอดเอ็นพีเอคงค้างรวม 92,800 ล้านบาท ซึ่งราคาทรัพย์เอ็นพีเอมีราคาถูกกว่าบ้านใหม่ถึง 20-30% และในช่วงนี้ราคาบ้านใหม่มีการปรับราคาขึ้นไปแล้วกว่า 5-10% จากต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ ในปีนี้ถือว่าเป็นโอกาสทองของคนที่ต้องการมีบ้าน เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ การซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงเวลานี้ยังได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยเฉพาะทรัพย์เอ็นพีเอจากธนาคารและสถาบันการเงินซึ่งจะมีเงื่อนไขสินเชื่อที่จูงใจ และภาครัฐสนับสนุนการซื้ออสังหาริมทรัพย์มือสองราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ถึงสิ้นปี
นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ และกรรมการที่ปรึกษาสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า ตลาดบ้านมือสองไตรมาสแรกที่ผ่านมามียอดการโอนกรรมสิทธิ์ 49,227 หน่วยขยายตัว 4% คิดเป็น 96,296 ล้านบาท ขยายตัว 5.9% หรือคิดเป็นยอดโอนจำนวนหน่วย 61.5% ของโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด ซึ่งมองว่าบ้านมือสองจะมีบทบาทมากในตลาดที่อยู่อาศัย เนื่องจากราคาบ้านใหม่มีทิศทางปรับสูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตปรับตัวสูง ทำให้คนสนใจบ้านมือสองเพราะราคาถูกกว่าโดยเฉพาะราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท
ขณะที่ข้อมูลการเสนอขายบ้านมือสองมากที่สุดคือบ้านเดี่ยว รองลงมาเป็นห้องชุด และทาวน์ เฮาส์ โดยในกรุงเทพฯ มีจำนวนหน่วยเฉลี่ยต่อเดือนมากที่สุด 54,627 หน่วย คิดเป็น 39.6% ของทั้งประเทศ มูลค่าเฉลี่ยต่อเดือน 581,059 ล้านบาท
นายอลงกต บุญมาสุข เลขาธิการสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เตรียมจัดงานมหกรรมสินเชื่อ บ้านและบ้านมือสองโฮมโลน เอ็นพีเอ แกรนด์ เซล ปี 65 ระหว่างวันที่ 1-3 ก.ค.นี้ ที่อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 8 เมืองทองธานี โดยได้รับความร่วมมือจากธนาคารและสถาบันการเงินมีสิทธิพิเศษโปรโมชั่นให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยและดอกเบี้ยต่ำ วงเงินกู้สูง 100% เช่น ธนาคารออมสิน ลดราคาเอ็นพีเอสูงสุด 35%, ธนาคารกรุงเทพ ลดราคาเอ็นพีเอสูงสุด 20% ดอกเบี้ยพิเศษ เป็นต้น
ทั้งนี้ ในปีนี้ถือว่าเป็นโอกาสทองของคนที่ต้องการมีบ้าน เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ การซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงเวลานี้ยังได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยเฉพาะทรัพย์เอ็นพีเอจากธนาคารและสถาบันการเงินซึ่งจะมีเงื่อนไขสินเชื่อที่จูงใจ และภาครัฐสนับสนุนการซื้ออสังหาริมทรัพย์มือสองราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ถึงสิ้นปี
นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ และกรรมการที่ปรึกษาสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า ตลาดบ้านมือสองไตรมาสแรกที่ผ่านมามียอดการโอนกรรมสิทธิ์ 49,227 หน่วยขยายตัว 4% คิดเป็น 96,296 ล้านบาท ขยายตัว 5.9% หรือคิดเป็นยอดโอนจำนวนหน่วย 61.5% ของโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด ซึ่งมองว่าบ้านมือสองจะมีบทบาทมากในตลาดที่อยู่อาศัย เนื่องจากราคาบ้านใหม่มีทิศทางปรับสูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตปรับตัวสูง ทำให้คนสนใจบ้านมือสองเพราะราคาถูกกว่าโดยเฉพาะราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท
ขณะที่ข้อมูลการเสนอขายบ้านมือสองมากที่สุดคือบ้านเดี่ยว รองลงมาเป็นห้องชุด และทาวน์ เฮาส์ โดยในกรุงเทพฯ มีจำนวนหน่วยเฉลี่ยต่อเดือนมากที่สุด 54,627 หน่วย คิดเป็น 39.6% ของทั้งประเทศ มูลค่าเฉลี่ยต่อเดือน 581,059 ล้านบาท
นายอลงกต บุญมาสุข เลขาธิการสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เตรียมจัดงานมหกรรมสินเชื่อ บ้านและบ้านมือสองโฮมโลน เอ็นพีเอ แกรนด์ เซล ปี 65 ระหว่างวันที่ 1-3 ก.ค.นี้ ที่อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 8 เมืองทองธานี โดยได้รับความร่วมมือจากธนาคารและสถาบันการเงินมีสิทธิพิเศษโปรโมชั่นให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยและดอกเบี้ยต่ำ วงเงินกู้สูง 100% เช่น ธนาคารออมสิน ลดราคาเอ็นพีเอสูงสุด 35%, ธนาคารกรุงเทพ ลดราคาเอ็นพีเอสูงสุด 20% ดอกเบี้ยพิเศษ เป็นต้น