หวั่นเจอภาษีแตะเบรกซื้อที่ดิน
วันที่ : 4 สิงหาคม 2565
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า จากภาวะราคาที่ดินที่มีการเปลี่ยนแปลงข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่าที่ดินที่อยู่บริเวณพื้นที่ชานเมืองของกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีการเปลี่ยนแปลงของราคามาก เนื่องจากยังมีราคาไม่แพงและยังมีความต้องการนำไปใช้ในการพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น
บางพลี-บางบ่อยังแรงพุ่ง40%
นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในไตรมาส 2 ปี 65 มีค่าดัชนีเท่ากับ 354.5 จุด เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและเพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าราคาที่ดินเปล่ามีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่เป็นการปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี
สำหรับปัจจัยที่ทำให้ราคาที่ดินเปล่าเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด และล่าสุดยังได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่อาจทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 65 ขยายตัวลดลงกว่าที่คาดการณ์ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีที่ดินเต็มอัตราโดยไม่ได้รับส่วนลด 90% จึงทำให้ผู้ประกอบการต้องพิจารณาการซื้อที่ดินสะสมลดลงเพื่อควบคุมภาระภาษีที่ดินซึ่งเป็นต้นทุนในการพัฒนาโครงการในระยะต่อไป
ส่วนโซนพื้นที่ที่มีราคาที่ดินขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ที่ดินในโซนบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง มีอัตราการเปลี่ยนราคามากถึง 40.5% รองลงมา คือ ที่ดินในโซนบางกรวย-บางใหญ่-บางบัวทองไทรน้อย เพิ่มขึ้น 24.2% อันดับสาม ได้แก่ ที่ดินในโซนเมืองนนทบุรีปากเกร็ด มีอัตราการเปลี่ยนราคา 23.6% อันดับสี่ คือ ที่ดินในโซนพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ มีอัตราการเปลี่ยนราคา 12.3% และอันดับห้า คือ ที่ดินในโซนเมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ มีอัตราการเปลี่ยนราคา 8.5%
นายวิชัย กล่าวอีกว่า จากภาวะราคาที่ดินที่มีการเปลี่ยนแปลงข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่าที่ดินที่อยู่บริเวณพื้นที่ชานเมืองของกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีการเปลี่ยนแปลงของราคามาก เนื่องจากยังมีราคาไม่แพงและยังมีความต้องการนำไปใช้ในการพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น ขณะที่ราคาที่ดินในเขตชั้นในและชั้นกลางของกรุงเทพฯ มีราคาที่สูงอยู่แล้วแม้จะมีการปรับตัวขึ้นบ้างแต่ก็ทำให้อัตราการเปลี่ยนแปลงไม่สูงมากเหมือนกับพื้นที่ชานเมือง
ส่วนราคาที่ดินเปล่าแนวเส้นทางที่มีรถไฟฟ้าไตรมาสนี้พบว่าเส้นทางรถไฟฟ้า 5 อันดับแรกที่เพิ่มขึ้นได้แก่สายสีแดงอ่อนตลิ่งชัน-ศาลายา ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 10.3% ราคาที่ดินที่ปรับเพิ่มขึ้นมากอยู่ในเขตทวีวัฒนาและเขตตลิ่งชัน รองลงมา คือ สายสีชมพูแคราย-มีนบุรี ซึ่งก่อสร้างไปแล้วกว่า 90.7% ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 10.2% เขตหลักสี่และเขตคันนายาวเป็นบริเวณที่ราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นมาก อันดับสามได้แก่สายสีม่วง (บางใหญ่-เตาปูน) มีราคาที่ดินเพิ่ม 8.53% เช่นราคาที่ดินใน อ.เมืองนนทบุรี และ อ.บางบัวทอง เป็นบริเวณที่ราคาเพิ่มขึ้นมาก
ขณะที่อันดับสี่ คือ สายสีเขียว (สมุทรปราการ-บางปู) ซึ่งเป็นโครงการที่กำลังจะก่อสร้างในอนาคตและสายสีเขียว (แบริ่งสมุทรปราการ) ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดให้บริการแล้วโดยราคาที่ดินทั้ง 2 เส้นทางเพิ่มขึ้น 8.51% โดยพบว่าอำเภอเมืองสมุทรปราการเป็นบริเวณที่มีราคาที่ดินเพิ่มมากสุด และอันดับห้า คือสายสีน้ำเงิน (บางแค-พุทธมณฑลสาย 4) ซึ่งกำลังจะก่อสร้างในอนาคตมีราคาเพิ่มขึ้น 8.1% โดยเขตหนองแขมและเขตบางแคมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมาก.
นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในไตรมาส 2 ปี 65 มีค่าดัชนีเท่ากับ 354.5 จุด เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและเพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าราคาที่ดินเปล่ามีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่เป็นการปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี
สำหรับปัจจัยที่ทำให้ราคาที่ดินเปล่าเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด และล่าสุดยังได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่อาจทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 65 ขยายตัวลดลงกว่าที่คาดการณ์ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีที่ดินเต็มอัตราโดยไม่ได้รับส่วนลด 90% จึงทำให้ผู้ประกอบการต้องพิจารณาการซื้อที่ดินสะสมลดลงเพื่อควบคุมภาระภาษีที่ดินซึ่งเป็นต้นทุนในการพัฒนาโครงการในระยะต่อไป
ส่วนโซนพื้นที่ที่มีราคาที่ดินขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ที่ดินในโซนบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง มีอัตราการเปลี่ยนราคามากถึง 40.5% รองลงมา คือ ที่ดินในโซนบางกรวย-บางใหญ่-บางบัวทองไทรน้อย เพิ่มขึ้น 24.2% อันดับสาม ได้แก่ ที่ดินในโซนเมืองนนทบุรีปากเกร็ด มีอัตราการเปลี่ยนราคา 23.6% อันดับสี่ คือ ที่ดินในโซนพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ มีอัตราการเปลี่ยนราคา 12.3% และอันดับห้า คือ ที่ดินในโซนเมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ มีอัตราการเปลี่ยนราคา 8.5%
นายวิชัย กล่าวอีกว่า จากภาวะราคาที่ดินที่มีการเปลี่ยนแปลงข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่าที่ดินที่อยู่บริเวณพื้นที่ชานเมืองของกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีการเปลี่ยนแปลงของราคามาก เนื่องจากยังมีราคาไม่แพงและยังมีความต้องการนำไปใช้ในการพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น ขณะที่ราคาที่ดินในเขตชั้นในและชั้นกลางของกรุงเทพฯ มีราคาที่สูงอยู่แล้วแม้จะมีการปรับตัวขึ้นบ้างแต่ก็ทำให้อัตราการเปลี่ยนแปลงไม่สูงมากเหมือนกับพื้นที่ชานเมือง
ส่วนราคาที่ดินเปล่าแนวเส้นทางที่มีรถไฟฟ้าไตรมาสนี้พบว่าเส้นทางรถไฟฟ้า 5 อันดับแรกที่เพิ่มขึ้นได้แก่สายสีแดงอ่อนตลิ่งชัน-ศาลายา ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 10.3% ราคาที่ดินที่ปรับเพิ่มขึ้นมากอยู่ในเขตทวีวัฒนาและเขตตลิ่งชัน รองลงมา คือ สายสีชมพูแคราย-มีนบุรี ซึ่งก่อสร้างไปแล้วกว่า 90.7% ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 10.2% เขตหลักสี่และเขตคันนายาวเป็นบริเวณที่ราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นมาก อันดับสามได้แก่สายสีม่วง (บางใหญ่-เตาปูน) มีราคาที่ดินเพิ่ม 8.53% เช่นราคาที่ดินใน อ.เมืองนนทบุรี และ อ.บางบัวทอง เป็นบริเวณที่ราคาเพิ่มขึ้นมาก
ขณะที่อันดับสี่ คือ สายสีเขียว (สมุทรปราการ-บางปู) ซึ่งเป็นโครงการที่กำลังจะก่อสร้างในอนาคตและสายสีเขียว (แบริ่งสมุทรปราการ) ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดให้บริการแล้วโดยราคาที่ดินทั้ง 2 เส้นทางเพิ่มขึ้น 8.51% โดยพบว่าอำเภอเมืองสมุทรปราการเป็นบริเวณที่มีราคาที่ดินเพิ่มมากสุด และอันดับห้า คือสายสีน้ำเงิน (บางแค-พุทธมณฑลสาย 4) ซึ่งกำลังจะก่อสร้างในอนาคตมีราคาเพิ่มขึ้น 8.1% โดยเขตหนองแขมและเขตบางแคมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมาก.