ชาวต่างชาติมั่นใจอสังหาฯไทย Q2ยอดโอนฯคอนโดเมืองท่องเที่ยวหนาแน่น 
Loading

ชาวต่างชาติมั่นใจอสังหาฯไทย Q2ยอดโอนฯคอนโดเมืองท่องเที่ยวหนาแน่น 

วันที่ : 31 สิงหาคม 2565
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า 10 อันดับแรกของหน่วยโอนกรรมสิทธิ์และมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติ พบว่า อันดับ 1 ยังคงเป็นผู้ซื้อสัญชาติจีน ที่มีการโอนกรรสิทธิ์สูงสุด ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า
           นโยบายการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบของรัฐบาล มีส่วนสำคัญในการ กระตุ้นให้ภาคการท่องเที่ยวเริ่มปรับตัวดีขึ้น ซึ่งในปีนี้การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เดินทางเข้ามาเยือนประเทศไทยได้ 7-10 ล้านคน ถือเป็นตัวเลขที่สูงเมื่อเทียบกับช่วงที่เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะที่ ททท. ได้ปรับกลยุทธ์ในการเฟ้นหาตลาดนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ มากกว่าจะเน้นเรื่องปริมาณ

          ขณะที่ ในปี 2566 ทาง ททท.ได้วางกลยุทธ์ให้เป็นปีแห่งการเริ่มต้นพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ตั้งเป้าหมายอุตฯท่องเที่ยวให้กลับในอัตราร้อยละ 80 ของปี 2562 บนพื้นฐานของสถานการณ์ท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างเป็นไปได้ (Base Case Scenario) จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 1.73 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากต่างประเทศ 970,000 ล้านบาท และรายได้หมุนเวียนจากตลาดคนไทย 760,000 ล้านบาท

          ทั้งนี้ ในฟากของตลาดอสังหาริมทรัพย์ การเปิดประเทศ ผ่อนคลายมาตรการการเดินทาง มีส่วนกระตุ้นให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศสามารถเดินทางเข้ามาตรวจสอบโครงการคอนโดมิเนียม ก่อนที่จะตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุด และกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติทยอยเข้ามาลงทุนโครงการคอนโดฯอีกครั้ง

          ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) วิเคราะห์สถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ ห้องชุดของคนต่างชาติใน 6 เดือนแรกของปี 2565 (ม.ค.-มิ.ย.) มีจำนวน 4,433 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีจำนวน 4,370 หน่วย มีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดคนต่างชาติ จำนวน  22,331 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีจำนวน 20,472 ล้านบาท

          โดย 10 อันดับแรกของหน่วยโอนกรรมสิทธิ์และมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติ พบว่า อันดับ 1 ยังคงเป็นผู้ซื้อสัญชาติจีน ที่มีการโอนกรรสิทธิ์สูงสุด ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 1,124 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 48 ของหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด ราคาเฉลี่ยต่อหน่วย 5.3 ล้านบาท

          มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ของชาวจีน 5,931 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 49 ของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด

          "ตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติ ในไตรมาส2 เริ่มดีขึ้น โดยกลุ่มหลักยังคงเป็นลูกค้าชาวจีน แต่ที่น่าสังเกต กลุ่มสัญชาติอินเดีย มาแรง  มีบทบาทต่อตลาดอาคารชุด และท่องเที่ยวภายในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งหากพิจารณาในมูลค่าแล้ว อินเดียอยู่ในอันดับที่ 7 แต่ยังคงไม่ใช่กำลังซื้อหลักในตลาดอาคารชุดไทยเท่ากับลูกค้าชาวจีน" ดร.วิชัย กล่าวทำเล "ชลบุรี-ภูเก็ต-กทม." ฮอตต่างชาติไม่ทิ้งดาวน์ โอนห้องชุดหนาแน่น

          ดร.วิชัย ยังกล่าวถึงโลเกชัน ที่ได้รับความนิยมในการโอนกรรมสิทธิ์ของคนต่างชาติทั่วประเทศในไตรมาส 2 ปี 65 โดยพบว่า

          อันดับ 1. ลูกค้าสัญชาติจีน มีหน่วยการโอนฯ ห้องชุดในพื้นที่กรุงเทพฯ มากถึง 726 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 64.6 ของจำนวน 1,124 หน่วย มีมูลค่ารวม 4,867 ล้านบาท รองลงมาเป็น จังหวัดชลบุรี สมุทรปราการ เชียงใหม่ และภูเก็ต
          2. ลูกค้ารัสเซีย จังหวัดหลัก ได้แก่ ชลบุรี 90 หน่วย (ร้อยละ 69.8) มูลค่า 226 ล้านบาท ภูเก็ต จำนวน 32 หน่วย มูลค่า 131 หน่วย และในพื้นที่กรุงเทพฯ

          3. ลูกค้าสหรัฐฯ มีการโอนฯในจังหวัดชลบุรี 54 หน่วย (ร้อยละ 46.6) มูลค่า 175 ล้านบาท, กรุงเทพฯ จำนวน 41 หน่วย มูลค่า 391 ล้านบาท, เชียงใหม่ จำนวน 11 หน่วย มูลค่า 42 ล้านบาท และภูเก็ต

          4. สัญชาติเยอรมัน มีการโอนฯในจังหวัดชลบุรีมาเป็นอันดับ 1 จำนวน 33 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 41.3 ของหน่วยโอนทั้งหมด 80 ยูนิต มูลค่า 79 ล้านบาท, กรุงเทพฯ จำนวน 14 หน่วย มูลค่า 76 ล้านบาท, ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์

          และ 5.ลูกค้าสัญชาติ อินเดีย กรุงเทพฯ จำนวน 40 หน่วย มูลค่า 295 ล้านบาท, สมุทรปราการ จำนวน 24 หน่วย, ชลบุรี จำนวน 13 หน่วย, จังหวัดเชียงใหม่ และประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น.