ดัชนีราคาก่อสร้างQ3/65 ขยับขึ้นต่อเนื่อง ด้านอสังหาฯบวกต้นทุนใหม่ในราคาบ้าน
วันที่ : 17 ตุลาคม 2565
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า ภาพรวมของราคาค่าก่อสร้างบ้านในปี 65 ยังคงมีการขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 3 โดยดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐาน ไตรมาส 3 ปี 65 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 132.2 จุด สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.2% เป็นอัตราการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 19 ไตรมาส
ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผยดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐาน ไตรมาส 3/65 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังบริษัทอสังหาฯใส่ต้นทุนใหม่ในราคาบ้าน โดยค่าดัชนีเท่ากับ 132.2 ปรับตัวเพิ่ม 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/65 ระบุค่าตอบแทนงานออกแบบ และงานระบบเพิ่มขึ้นทุกรายการดันดัชนีค่าก่อสร้างรวมพุ่ง
ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า ภาพรวมของราคาค่าก่อสร้างบ้านในปี 65 ยังคงมีการขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 3 โดยดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐาน ไตรมาส 3 ปี 65 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 132.2 จุด สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.2% เป็นอัตราการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 19 ไตรมาส ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน ที่เป็นทั้งต้นทุนการผลิตและต้นทุนในการขนส่ง แต่มีแนวโน้มที่ราคาค่าก่อสร้างบ้านจะปรับขึ้นแบบชะลอตัวลงแล้ว เนื่องจากพบว่าอัตราการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าลดลงมาอย่างต่อเนื่อง มาอยู่ที่ 0.8% ในไตรมาส 3 จาก ร้อยละ 3.9% และ 1.1% ในไตรมาส 1 และ 2 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ หากวิเคราะห์ถึงองค์ประกอบที่สำคัญของการปรับเพิ่มของดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐานในไตรมาส 3 ปี 65 พบว่า มีการปรับราคาค่าก่อสร้างในเกือบทุกหมวดเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยในหมวดงานออกแบบก่อสร้างและงานระบบ มีการปรับเพิ่มในงานวิศวกรรมโครงสร้างจากปีก่อนสูงถึง 8.0% ส่วนหมวดวัสดุก่อสร้างมีการปรับเพิ่มจากปีก่อนมากสุดในหมวดย่อยสุขภัณฑ์ 13.2% เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก 11.5% และไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ 9.5% นอกจากนี้ ยังมีการปรับขึ้นค่าก่อสร้างบ้านในหมวดแรงงานจากปีก่อนอีก 5.6% ทั้งนี้พบว่า มีเฉพาะราคาของกระเบื้องที่มีการลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อยที่ 3.2%
จากการวิเคราะห์ถึงองค์ประกอบที่ทำให้ราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐานเพิ่มขึ้น ยังคงมีปัจจัยสำคัญจากการที่ราคาวัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ก็มีทิศทางคงที่หรือปรับลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/65 ยังคงมีความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่อาจปรับตัวสูงขึ้นจากสงคราม และอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ที่จะส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินการของผู้ผลิตและผู้รับเหมาก่อสร้าง
เมื่อพิจารณาจำแนกต้นทุนของงานก่อสร้างในแต่ละหมวด พบว่า 1. หมวดงานออกแบบก่อสร้างและงานระบบ เช่น งานวิศวกรรมโครงสร้าง มีอัตราค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น 8.0% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง -2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 28.8% ของหมวดงานออกแบบและงานระบบ หมวดงานสถาปัตยกรรม มีอัตราค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 64.7% ของหมวดงานออกแบบและงานระบบ หมวดงานระบบสุขาภิบาล มีอัตราค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง -1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 2.8% ของหมวดงานออกแบบและงานระบบ และ งานระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสาร มีอัตราค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น 5.0% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนแต่ลดลง -0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 3.6% ของหมวดงานออกแบบและงานระบบ
2. หมวดวัสดุก่อสร้าง ประกอบด้วย หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ราคาเพิ่มขึ้น 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 16.3% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต ราคาเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2โดยมีสัดส่วน 4.4% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ราคาเพิ่มขึ้น 11.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง -12.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 6.1% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดกระเบื้อง ราคาลดลง -3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนและราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 3.1% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง
หมวดสุขภัณฑ์ ราคาเพิ่มขึ้น 13.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 2.0% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา ราคาเพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง -0.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 3.8% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ราคาเพิ่มขึ้น 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนแต่ลดลง -2.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 24.6% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง และ 3. หมวดแรงงาน พบว่า ค่าแรงงานเพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 2/65
ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า ภาพรวมของราคาค่าก่อสร้างบ้านในปี 65 ยังคงมีการขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 3 โดยดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐาน ไตรมาส 3 ปี 65 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 132.2 จุด สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.2% เป็นอัตราการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 19 ไตรมาส ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน ที่เป็นทั้งต้นทุนการผลิตและต้นทุนในการขนส่ง แต่มีแนวโน้มที่ราคาค่าก่อสร้างบ้านจะปรับขึ้นแบบชะลอตัวลงแล้ว เนื่องจากพบว่าอัตราการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าลดลงมาอย่างต่อเนื่อง มาอยู่ที่ 0.8% ในไตรมาส 3 จาก ร้อยละ 3.9% และ 1.1% ในไตรมาส 1 และ 2 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ หากวิเคราะห์ถึงองค์ประกอบที่สำคัญของการปรับเพิ่มของดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐานในไตรมาส 3 ปี 65 พบว่า มีการปรับราคาค่าก่อสร้างในเกือบทุกหมวดเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยในหมวดงานออกแบบก่อสร้างและงานระบบ มีการปรับเพิ่มในงานวิศวกรรมโครงสร้างจากปีก่อนสูงถึง 8.0% ส่วนหมวดวัสดุก่อสร้างมีการปรับเพิ่มจากปีก่อนมากสุดในหมวดย่อยสุขภัณฑ์ 13.2% เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก 11.5% และไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ 9.5% นอกจากนี้ ยังมีการปรับขึ้นค่าก่อสร้างบ้านในหมวดแรงงานจากปีก่อนอีก 5.6% ทั้งนี้พบว่า มีเฉพาะราคาของกระเบื้องที่มีการลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อยที่ 3.2%
จากการวิเคราะห์ถึงองค์ประกอบที่ทำให้ราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐานเพิ่มขึ้น ยังคงมีปัจจัยสำคัญจากการที่ราคาวัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ก็มีทิศทางคงที่หรือปรับลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/65 ยังคงมีความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่อาจปรับตัวสูงขึ้นจากสงคราม และอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ที่จะส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินการของผู้ผลิตและผู้รับเหมาก่อสร้าง
เมื่อพิจารณาจำแนกต้นทุนของงานก่อสร้างในแต่ละหมวด พบว่า 1. หมวดงานออกแบบก่อสร้างและงานระบบ เช่น งานวิศวกรรมโครงสร้าง มีอัตราค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น 8.0% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง -2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 28.8% ของหมวดงานออกแบบและงานระบบ หมวดงานสถาปัตยกรรม มีอัตราค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 64.7% ของหมวดงานออกแบบและงานระบบ หมวดงานระบบสุขาภิบาล มีอัตราค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง -1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 2.8% ของหมวดงานออกแบบและงานระบบ และ งานระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสาร มีอัตราค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น 5.0% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนแต่ลดลง -0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 3.6% ของหมวดงานออกแบบและงานระบบ
2. หมวดวัสดุก่อสร้าง ประกอบด้วย หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ราคาเพิ่มขึ้น 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 16.3% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต ราคาเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2โดยมีสัดส่วน 4.4% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ราคาเพิ่มขึ้น 11.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง -12.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 6.1% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดกระเบื้อง ราคาลดลง -3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนและราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 3.1% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง
หมวดสุขภัณฑ์ ราคาเพิ่มขึ้น 13.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 2.0% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา ราคาเพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง -0.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 3.8% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ราคาเพิ่มขึ้น 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนแต่ลดลง -2.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยมีสัดส่วน 24.6% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง และ 3. หมวดแรงงาน พบว่า ค่าแรงงานเพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 2/65
