REIC เผย อสังหาฯในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เหลือขาย 177,763 หน่วย กว่า 8.7 แสนล้าน
Loading

REIC เผย อสังหาฯในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เหลือขาย 177,763 หน่วย กว่า 8.7 แสนล้าน

วันที่ : 16 ธันวาคม 2565
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยปีนี้บ้านจัดสรรยังไปได้ดี แต่ตลาดอาคารชุดยังชะลอตัวทั้งเปิดตัวใหม่และการดูดซับ ต้องระมัดระวังสต๊อกที่เหลือขาย เพราะยังระบายได้ช้า การพัฒนาโครงการใหม่ต้องพิจารณากลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน ส่วนปีหน้าหน่วยขายใหม่ ยังมีโมเมนตัมของปีนี้ การฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ดี กำลังซื้อเพิ่มขึ้น แต่มีอุสรรค LTV ดอกเบี้ย การปล่อยกู้ของแบงก์
          นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ภาพรวมสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยเสนอขายในพื้นที่ กรุงเทพฯและปริมณฑล สิ้นไตรมาส 3 มี 198,024 หน่วย มูลค่า 984,904 ล้านบาท เป็นบ้านจัดสรร 126,325 หน่วย มูลค่า 680,615 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮาส์ ซึ่ง 5 โซนที่มีหน่วยเสนอขายสูงสุด ได้แก่ บางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง 18,199 หน่วย มูลค่า 98,735 ล้านบาท, บางใหญ่-บางบัวทอง-บางกรวย-ไทรน้อย 17,603 หน่วย มูลค่า 82,660 ล้านบาท, ลำลูกกา-ธัญบุรี 13,831 หน่วย มูลค่า 51,919 ล้านบาท, เมืองปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว-สามโคก 10,963 หน่วย มูลค่า 41,523 ล้านบาท และคลองหลวง-หนองเสือ 10,610 หน่วย มูลค่า 36,104 ล้านบาท

          ส่วนอาคารชุดมี 71,699 หน่วย มูลค่า 304,289 ล้านบาท โดย 5 โซนที่มีหน่วยเสนอขายสูงสุด ได้แก่ ห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง 9,921 หน่วย มูลค่า 40,368 ล้านบาท, พระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ 8,285 หน่วย มูลค่า 23,259 ล้านบาท, เมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด 7,144 หน่วย มูลค่า16,288 ล้านบาท, ธนบุรี-คลองสาน-บางกอกน้อย-บางกอกใหญ่-บางพลัด 6,893 หน่วย มูลค่า 21,262 ล้านบาท และสุขุมวิท 6,101 หน่วย มูลค่า 55,902 ล้านบาท

          นายวิชัยกล่าวว่า ขณะที่โครงการเปิดขายใหม่ไตรมาส 3 รวม 24,112 หน่วย มูลค่า 147,276 ล้านบาท บ้านจัดสรรเพิ่มขึ้นทุกประเภททั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า ส่วนใหญ่เป็นระดับราคาอยู่ที่ 2-7.5 ล้านบาท ซึ่ง 5 โซนที่มีเปิดขายใหม่สูงสุด ได้แก่ บางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง 2,543 หน่วย มูลค่า 12,712 ล้านบาท, คลองหลวง-หนองเสือ 1,920 หน่วย มูลค่า 6,394 ล้านบาท, บางใหญ่-บางบัวทอง-บางกรวย-ไทรน้อย 1,856 หน่วย มูลค่า 11,723 ล้านบาท, เมืองปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว-สามโคก 1,664 หน่วย มูลค่า 6,406 ล้านบาท และลำลูกกา-ธัญบุรี 1,611 หน่วย มูลค่า 8,055 ล้านบาท

          ส่วนอาคารชุดเปิดขายใหม่ 7,526 หน่วย ส่วนใหญ่เป็นระดับราคา 2-3 ล้านบาท มูลค่า 19,665 ล้านบาทลดลงอย่างมากทั้งหน่วยและมูลค่า โดย 5 โซนที่เปิดขายใหม่มากสุด ได้แก่ เมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-สมุทรเจดีย์ 1,772 หน่วย มูลค่า 5,990 ล้านบาท, สุขุมวิท 1,323 หน่วย มูลค่า 4,381 ล้านบาท, พระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ 1,302 หน่วย มูลค่า 2,897 ล้านบาท, ห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง 886 หน่วย มูลค่า 1,816 ล้านบาท, คลองหลวง-หนองเสือ 787 หน่วย มูลค่า 1,710 ล้านบาท

          นายวิชัยกล่าวว่า ขณะที่หน่วยเหลือขายในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีทั้งสิ้น 177,763 หน่วย มูลค่า 871,505 ล้านบาท เป็นอาคารชุดในสัดส่วน 35% อยู่ที่ 63,473 หน่วย มูลค่า 274,576 ล้านบาท เป็นอาคารชุดที่สร้างเสร็จแล้วยังขายไม่ได้ 18,323 มูลค่า 80,165 ล้านบาท และอยู่ในพื้นที่ กทม.มากถึง 70% โดย 5 ทำเลที่เหลือขายสูงสุด ได้แก่ ห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง 9,270 หน่วย มูลค่า 37,556 ล้านบาท, นนทบุรี-ปากเกร็ด 6,760 หน่วย มูลค่า 15,550 ล้านบาท, พระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ 6,599 หน่วย มูลค่า 19,071 ล้านบาท, ธนบุรี-คลองสาน-บางกอกน้อย-บางกอกใหญ่-บางพลัด 6,306 หน่วย มูลค่า 19,366 ล้านบาทและสุขุมวิท 5,492 หน่วย มูลค่า 51,334 ล้านบาท

          ส่วนบ้านจัดสรรมีสัดส่วน 65% อยู่ที่ 114,290 หน่วย มูลค่า 596,929 ล้านบาท อยู่ในพื้นที่ปทุมธานี สมุทรปราการ กรุงเทพฯ นนทบุรี มีที่สร้างเสร็จแล้วยังขายไม่ได้ 26,038 หน่วย มูลค่า 128,665 ล้านบาท โดย 5 ทำเลที่มีหน่วยเหลือขายสูงสุด ได้แก่ บางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง 16,310 หน่วย มูลค่า 88,254 ล้านบาท, บางใหญ่-บางบัวทอง-บางกรวย-ไทรน้อย 16,230 หน่วย มูลค่า 76,013 ล้านบาท, ลำลูกกา-ธัญบุรี 13,146 หน่วย มูลค่า 49,050 ล้านบาท, เมืองปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว-สามโคก 10,382 หน่วย มูลค่า 39,118 ล้านบาท และคลองหลวง-หนองเสือ 10,243 หน่วย มูลค่า 34,566 ล้านบาท

          "ยอดขายใหม่ในไตรมาส 3 อยู่ที่ 20,261 หน่วย มูลค่า 113,399 ล้านบาท มีจำนวนและมูลค่าต่ำสุดในรอบ 3 ไตรมาสของปีนี้ เป็นการลดลงของอาคารชุด 5,388 หน่วย มูลค่า 21,553 ล้านบาท บ้านจัดสรรเพิ่มขึ้น 2,050 หน่วย มูลค่า 18,349 ล้านบาท ทำเลอาคารชุดดูดซับมากสุดคือ โซนพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ และบ้านจัดสรรอยู่โซนบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง ส่วนใหญ่คอนโด เป็นระดับราคา 1.5-5 ล้านบาท ด้านบ้านจัดสรรดูดซับดีขึ้นเกือบทุกระดับราคา" นายวิชัยกล่าว

            โดยภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยปีนี้บ้านจัดสรรยังไปได้ดี แต่ตลาดอาคารชุดยังชะลอตัวทั้งเปิดตัวใหม่และการดูดซับ ต้องระมัดระวังสต๊อกที่เหลือขาย เพราะยังระบายได้ช้า การพัฒนาโครงการใหม่ต้องพิจารณากลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน ส่วนปีหน้าหน่วยขายใหม่ ยังมีโมเมนตัมของปีนี้ การฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ดี กำลังซื้อเพิ่มขึ้น แต่มีอุปสรรค LTV ดอกเบี้ย การปล่อยกู้ของแบงก์ ด้านยอดขายทรงตัวหรืออาจจะลดลง 1.3% อัตราดูดซับก็ลดลง หน่วยขายใหม่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย หน่วยเหลือขายยังเพิ่มขึ้นคาดว่าอยู่ที่ 9.3 หมื่นหน่วย โดยอาคารชุดมีทิศทางไม่ค่อยสดใส แต่บ้านจัดสรรจะขยายตัวดี คาดจะเปิดขายใหม่ 5.8 หมื่นหน่วย