ตลาดอสังหาฯEECยังไม่ฟื้น REICเผยเหลือขายถึง47,376หน่วย
Loading

ตลาดอสังหาฯEECยังไม่ฟื้น REICเผยเหลือขายถึง47,376หน่วย

วันที่ : 24 ธันวาคม 2565
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยพื้นที่ EEC ในปี 2566 สถานการณ์โดยรวมจะยังคงอยู่ในช่วงของการปรับตัวอีกครั้ง หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศนำกฎเกณฑ์ LTV กลับมาใช้อีกครั้ง ส่งผลให้การเปิดขายโครงการใหม่มีแนวโน้มลดลง ผู้ประกอบการจะเน้นขายสินค้าคงค้าง
           นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 3 จังหวัด (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) ว่า อาคารชุดส่วนใหญ่จะเปิดขายในชลบุรี ขณะที่ ระยองและฉะเชิงเทราเน้นการเปิดขายโครงการใหม่ประเภทบ้านจัดสรรเป็นหลัก

          โดยที่อยู่อาศัยที่เสนอขายทั้งหมดเริ่มลดลงอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2564 และการเปิดตัวใหม่ในไตรมาส 3 ปี 2565 ถือว่าต่ำที่สุดทั้งก่อนและระหว่างเกิดโควิด-19 เป็นที่น่าสังเกตว่าการเปิดตัวโครงการใหม่จะกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่โซนอุตสาหกรรม ขณะที่อัตราการดูดซับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการขายได้เพิ่มขึ้นของโครงการแนวราบ โดยเฉพาะทาวน์เฮ้าส์

          ทั้งนี้จากการสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยที่เสนอขายช่วงไตรมาส 3 ปี 2565 พบว่า มีจำนวน 54,116 หน่วย ลดลง 9.11% มูลค่า 184,985 บาท ลดลง 9.94% เป็นอาคารชุด 17,998 หน่วย ลดลง 10.16% มูลค่า 77,667 ล้านบาท ลดลง 13.45%, บ้านจัดสรร 36,118 หน่วย ลดลง 8.57% มูลค่า 107,318 ล้านบาท ลดลง 8.50% ในจำนวนนี้ เป็นโครงการใหม่ 4,117 หน่วย เพิ่มขึ้น 16.89% มูลค่า 12,516 ล้านบาท ลดลง 9.38% โดยอาคารชุดเกือบทั้งหมดจะเปิดในชลบุรี ขณะที่บ้านจัดสรรมีการเปิดตัวในฉะเชิงเทรามากกว่าชลบุรีและระยอง

          อย่างไรก็ตาม อัตราดูดซับลดลงมาอยู่ที่ 4.2% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ดีกว่าไตรมาสแรก หากแยกตามประเภทพบว่าบ้านจัดสรรมีอัตราดูดซับสูงกว่าอาคารชุด โดยมีอัตราดูดซับ 4.7% อาคารชุด 3.0% ส่วนระดับราคาที่มีอัตราดูดซับดีที่สุดเป็นทาวน์เฮ้าส์ อยู่ที่ 5.0% ซึ่งกลุ่มราคาน้อยกว่า 1 ล้านบาท อัตราดูดซับปรับตัวดีขึ้นจาก 3.2% มาอยู่ที่ 4.4% ขณะที่อัตราดูดซับกลุ่มราคาอื่น ปรับตัวลดลง

          โดยทำเลที่มียอดขายอาคารชุดสูงสุด 3 อันดับแรก คือ หาดจอมเทียน, พัทยาเขาพระตำหนัก, นิคมอุตสาหกรรมอมตะบายพาส ส่วนบ้านจัดสรรสูงสุด 3 อันดับแรก คือ นิคม,อมตะซิตี้-อีสเทิร์น, นิคม, เหมราช, นิคมฯอมตะนคร-บายพาส ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 มีจำนวนที่อยู่อาศัยเหลือขาย 47,376 หน่วย ลดลง 8.32% มูลค่า 163,872 ล้านบาท ลดลง 9.23% เป็นอาคารชุด 16,381 หน่วย ลดลง-9.44% มูลค่า 71,720 ล้านบาท ลดลง 11.05%, บ้านจัดสรร 30,995 หน่วย ลดลง 7.71% มูลค่า 92,151 ล้านบาท ลดลง 7.76%

          ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยพื้นที่ EEC ในปี 2566 สถานการณ์โดยรวมจะยังคงอยู่ในช่วงของการปรับตัวอีกครั้ง หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศนำกฎเกณฑ์ LTV กลับมาใช้อีกครั้ง ส่งผลให้การเปิดขายโครงการใหม่มีแนวโน้มลดลง ผู้ประกอบการจะเน้นขายสินค้าคงค้าง