ตลาดอสังหาฯ ไทยดี๊ด๊ารับลูกค้าจีน ฝันหวานกำลังซื้อบ้าน-คอนโดฯ พุ่ง
Loading

ตลาดอสังหาฯ ไทยดี๊ด๊ารับลูกค้าจีน ฝันหวานกำลังซื้อบ้าน-คอนโดฯ พุ่ง

วันที่ : 16 มกราคม 2566
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า จีนเปิดประเทศเป็นปัจจัยบวกที่ดีสำหรับตลาดห้องชุดในประเทศไทย แต่ที่ผ่านมา สัดส่วนของหน่วยและมูลค่าการโอนชาวจีนลดลงต่ำกว่าร้อยละ 50 ในปี 2565 จากเดิมสูงสุดถึงกว่าร้อยละ 60 ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจของจีนได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ประเทศ
          ปฏิกิริยาหลังจากรัฐบาลจีนประกาศหลังวันที่ 8 ม.ค. 2566 ส่งผลให้ภาคธุรกิจต่างๆ ตื่นตัว ประเมินผลในเชิงบวกต่อการกลับเข้ามาของกลุ่มชาวจีนที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะในตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างคอนโดมิเนียม

          โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่า ปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยเกิน 5 ล้านคน จากในปี 2562 ตัวเลขชาวจีนเดินทางมาไทยประมาณ 11 ล้านคน และในปี 2565 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยอยู่ที่ 2.7 แสนคน

          ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า อสังหาฯจะเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งในปี 2566 จะขยายตัวประมาณ 3.4% โดย นายอุทัยอุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า การที่จีนเปิดประเทศเป็นผลดีต่อภาพรวมแน่นอน ซึ่งคนจีนเข้ามาเปรียบได้กับคลื่นที่จะทะลัก การท่องเที่ยวจะกลับมาและหากนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนประเทศไทยสูงถึง 30 ล้านคน เชื่อมั่นที่จะได้เห็นตัวเลขยอดขายคอนโดฯ ให้ลูกค้าต่างประเทศสูงสุดอีกครั้งภายในปี 2567 ซึ่งทาง SIRI จัดตั้งทีม INTERNATIONAL BUSINESS ลิงก์กับลูกค้าต่างชาติ มีเอเยนต์กว่า 100 ราย และมีพนักงานอยู่ที่จีน ฮ่องกงและไต้หวัน

          อย่างไรก็ดี ทิศทางตลาดคอนโดมิเนียมยังคงต้องรอนักท่องเที่ยว โดยตลาดคนไทยเริ่มหันมาซื้อคอนโดฯ หรือมองหาคอนโดฯ เป็นบ้านหลังที่ 2 เนื่องจากปัจจัยเรื่องของการเดินทางและค่าเดินทางที่สูงขึ้น แต่ถ้าจะให้ตลาดคอนโดฯ โตเต็มที่ต้องรอการท่องเที่ยวเป็นหลัก ถ้าท่องเที่ยวดีจะส่งผลต่อกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ดีตามมาด้วย ซึ่งคงต้องรอภายในปี 2567 ที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะกลับมาดีขึ้นเทียบเท่าก่อนโควิด

          เป็นไปในทิศทางเดียวกับ นายสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ จำกัด (Property DNA) บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ระบุว่าถ้าปี 2566 นักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมามากขึ้นกว่าที่ผ่านมา แม้ว่าจะไม่มากเทียบเท่าช่วงก่อนโควิด-19 ก็เพียงพอต่อการช่วยกระตุ้นให้ธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทยดีขึ้นมากแล้ว ธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาวจีนได้รับอานิสงส์บวกไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องของตลาดคอนโดมิเนียม ที่ผู้ประกอบการหลายรายรอการมาของคนจีนที่อาจจะซื้อหรือวางเงินดาวน์คอนโดฯ ไว้ รอเพียงเข้ามาโอนกรรมสิทธิ์เท่านั้น แต่ที่ผ่านมาทำไม่ได้เพราะปัญหาหลายอย่าง ถ้าการเดินทางสะดวกมากขึ้น และค่าใช้จ่ายลดลงเป็นไปได้ที่จะเกิดการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมมากกว่า ที่ผ่านมา

          ด้าน นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ประเมินนโยบายการเปิดประเทศของจีนว่า สามารถกระตุ้นกำลังซื้อที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะอาคารชุดพักอาศัยในประเทศไทยได้เพิ่มขึ้น โดยมีนักลงทุนชาวจีนสนใจที่จะเข้ามาลงทุนซื้ออาคารชุดในประเทศไทยในปี 2566 ขณะเดียวกัน การเปิดประเทศของจีนจะเปิดโอกาสให้นักลงทุนชาวจีนเดินทางเข้ามาในประเทศไทยและซื้ออสังหาฯ ในประเทศไทยได้มากขึ้น

          ขณะที่ นายพัทธนันท์ พิสุทธิวิมล นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต มองว่า หลังจากที่มีการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาภูเก็ตเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ส่งผลดีต่อภาพรวมของธุรกิจอสังหาฯ ในภูเก็ตเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะตลาดอสังหาฯ ที่เป็นตลาดระดับล่าง และระดับบนที่เป็นลักชัวรีมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าในส่วนของตลาดระดับกลางจะยังไม่กระเตื้องขึ้นก็ตาม

          ทั้งนี้ ตลาดอสังหาฯ ในภูเก็ตนั้นแบ่งออกเป็น 3 ตลาดหลักๆ คือ ตลาดระดับล่างที่ระดับราคาไม่เกิน 2.5 ล้านบาท ตลาดระดับกลาง ที่ราคาตั้งแต่ 2.5 ล้านไปจนถึง 8 ล้านบาท และตลาดระดับบนหรือตลาดลักชัวรี ราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป จนถึงตลาดซูเปอร์ลักชัวรีที่ราคาตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป

          สำหรับตลาดระดับล่าง กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนท้องถิ่นในภูเก็ต คนที่เข้ามาทำงานในภูเก็ต รวมถึงชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในภูเก็ตนานแล้วและมีภรรยาเป็นคนไทยบ้างเล็กน้อย ซึ่งตลาดกลุ่มนี้มีความต้องการที่อยู่อาศัยค่อนข้างสูง สังเกตได้จากหลายโครงการที่เปิดขายในราคา 1.9 ล้านบาท ไปจนถึง 2 ล้านบาทกว่าๆ จะได้รับการตอบรับที่ดีมาก มียอดจองสูงและสามารถปิดโครงการได้รวดเร็ว แต่จะมีปัญหาการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ค่อนข้างจะเข้มงวด และหลังจากช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ตลาดกลุ่มนี้จะกลับมาเร็วมาก จากการท่องเที่ยวภูเก็ตขยายตัว

          ส่วนตลาดระดับกลางที่ราคาตั้งแต่ 2.5 ล้านบาทขึ้นไปจนถึง 8 ล้านบาท ฐานลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มพนักงานโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว ในระดับหัวหน้างาน หรือผู้ประกอบการ SMEs เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดมากที่สุด เนื่องจากมีการเลิกจ้าง ลดเงินเดือน ทำให้กำลังซื้อของตลาดกลุ่มนี้หายไปเกือบทั้งหมดในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำลังซื้อตลาดกลุ่มนี้จะกลับมาหลังไตรมาส 3 ของปีหน้าไปแล้ว เนื่องจากเมื่อการท่องเที่ยวกลับมา เจ้าของโรงแรมและสถานประกอบการก็จะจ้างพนักงานมากขึ้น แต่ก็มีปัญหาเช่นเดียวกับกลุ่มแรกคือสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยเงินกู้

          แต่กลับกันในส่วนของตลาดระดับบนไปจนถึงลักชัวรี ราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป จนถึงตลาดระดับซูเปอร์ลักชัวรี ที่ราคาสูงๆ หลังละเป็น 100 ล้านบาท กลับบูมที่สุดหลังโควิดระบาด เนื่องจากตลาดกลุ่มนี้ลูกค้าหลักเป็นชาวต่างชาติที่มีความต้องการที่พักอาศัยในภูเก็ต ได้รับปัจจัยบวกมาจากการท่องเที่ยวของภูเก็ตที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ชาวยุโรปยังนิยมที่จะซื้อที่พักในระดับลักชัวรีที่ภูเก็ต เพื่อไว้หนีหนาวมาพักผ่อน เนื่องจากประเทศในยุโรปมีปัญหาเรื่องพลังงาน ที่ทางรัฐบาลได้จำกัดเรื่องการใช้พลังงานโดยให้เลือกว่าแต่ละบ้านจะใช้พลังงานชนิดใดชนิดหนึ่ง และต้นทุนพลังงานจะสูงมาก ทำให้คนยุโรปที่มีกำลังซื้อสูงเลือกที่จะหนีหนาวมาพักผ่อน ในเมืองร้อน

          สำหรับภาพรวมสถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้คนต่างชาติทั่วประเทศว่า หากพิจารณาในภาวะการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้คนต่างชาติสะสมในช่วง 9 เดือน ปี 2565 (ม.ค.-ก.ย.) พบว่ามีจำนวน 7,290 หน่วย เพิ่มขึ้น 19.0% มูลค่า 36,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.3% แสดงให้เห็นว่าตลาดห้องชุดคนต่างชาติในภาพรวมน่าจะมีการฟื้นตัวขึ้นแล้ว และการซื้อห้องชุดของคนต่างชาติในช่วงก่อนหน้าได้มีการรับโอนอย่าง ต่อเนื่อง

          ในรอบ 9 เดือน ชาวจีนเป็นสัญชาติที่มีการโอนห้องชุดมากที่สุดทั่วประเทศ จำนวน 3,562 หน่วย สัดส่วนสูงถึง 48.9% ของหน่วยทั้งหมด มูลค่าโอน 17,943 ล้านบาท สูงถึง 48.5% ของมูลค่าทั้งหมด แต่เป็นที่น่าสังเกต มีกลุ่มของชาวพม่าที่มีมูลค่าการโอนสูงจำนวน 1,342 ล้านบาท คิดเป็น 3.6% เป็นต้น

          ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า จีนเปิดประเทศเป็นปัจจัยบวกที่ดีสำหรับตลาดห้องชุดในประเทศไทย แต่ที่ผ่านมาสัดส่วนของหน่วยและมูลค่าการโอนชาวจีนลดลงต่ำกว่าร้อยละ 50 ในปี 2565 จากเดิมสูงสุดถึงกว่าร้อยละ 60 ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจของจีนได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ประเทศ รวมถึงผลกระทบจากวิกฤตอสังหาฯ ในประเทศจีน และนโยบายเศรษฐกิจจีนที่จะมุ่งเน้นการบริโภคในประเทศมากขึ้น ดังนั้น คาดว่าอสังหาฯ จะได้รับผลดีอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2566

          ทั้งนี้ จำนวนต่างชาติที่ซื้อและโอนคอนโดฯ ในไทย พบว่า นับตั้งแต่ปี 2561-2565 (5 ปี) พบว่า ในปี 61-62 หน่วยโอนจะสูงระดับเกิน 1.3-1.2 หมื่นหน่วย มูลค่าการโอนไม่ต่ำกว่า 57,251 ล้านบาท และ 50,610 ล้านบาท ตามลำดับ ก่อนที่จะปรับลดลงทั้งจำนวนหน่วย และมูลค่าการโอนในปี 63-64 ดังนั้น หากพิจารณาช่วง 5 ปี ต่างชาติมาชอปคอนโดฯ ในไทยไปแล้วรวม 50,000 หน่วย มูลค่ากว่า 230,329 ล้านบาท พบว่าลูกค้าชาวจีนมีมูลค่าการโอนสูงกว่า 124,000 ล้านบาท ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 50%