ชี้ธุรกิจอสังหาฯอาการหนักสารพัดเรื่องฉุดติดลบ10%
วันที่ : 17 กุมภาพันธ์ 2566
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เผยว่า การเปิดตัวที่อยู่อาศัย ในปี 66 ยังมีภาวะทรงตัว หรือชะลอลงเล็กน้อย เนื่องจากได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วใน ปี 64
นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในปี 66 มีโอกาสติดลบสูง เนื่องจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ซื้อขายจะมีเพียง 352,761 หน่วย ลดลงจากปีก่อน 10.2% และหากคิดเป็นมูลค่าแม้จะมีกว่า 1.01 ล้านล้านบาท แต่ก็ลดลง 4.5% ซึ่งเป็นการลดลงทั้งบ้านใหม่และบ้านมือสอง แยกเป็นบ้านแนวราบ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ทาวน์เฮาส์ ลดลง 7.4% และอาคารชุดพักอาศัย ลดลง 17.7% ขณะที่ยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ได้ปล่อยใหม่ทั่วประเทศนั้น ในปี 66 มี 650,764 ล้านบาท ลดลง 6.8% เช่นกัน
"สาเหตุที่ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยติดลบ มาจากการเผชิญปัจจัยเสี่ยงที่ได้รุมเร้าในหลาย ๆ ด้าน ทั้งเรื่อง ราคาสินค้า ค่าครองชีพ และอื่น ๆ โดยเฉพาะการยกเลิกมาตรการผ่อนปรน การกำกับดูแลสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแอลทีวี ซึ่งกระทบต่อคนที่ต้องการมีการซื้อสำหรับการอยู่อาศัยและการลงทุน ที่เป็นบ้านสัญญาที่ 2 และ 3 ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 30% ของตลาด ถือว่าเป็นจำนวนมากเช่นกัน"
นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบจากการลดมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล ที่ลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 0.01% เหลือเพียง 1% ประกอบกับปี 66 เป็นช่วงทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น อาจสูงถึง 0.75-1.0% รวมถึงราคาที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และที่สำคัญมีการเร่งโอนซื้อขายในช่วงปลายปีที่แล้วค่อนข้างมาก ทำให้เกิดการดึงกำลังซื้อในอนาคตมา และกระทบต่อยอดขายในครึ่งแรกของปี 66 อย่างชัดเจน
ด้านการเปิดตัวที่อยู่อาศัย ในปี 66 ยังมีภาวะทรงตัว หรือชะลอลงเล็กน้อย เนื่องจากได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วใน ปี 64 โดยหน่วยที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั่วประเทศ มี 78,269 หน่วย เพิ่มขึ้น 0.3% โดยใบอนุญาตก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัย 300,228 หน่วย ลดลง 8.4% แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ 246,504 หน่วย และอาคารชุด 53,724 หน่วย
ขณะที่ที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑล คาดการณ์จะมีจำนวน 98,132 หน่วย ลดลง 2.1% ประกอบด้วย บ้านจัดสรร 58,046 หน่วย เพิ่มขึ้น 19.4% โครงการอาคารชุด 40,086 หน่วย ลดลง 22.4%
"สาเหตุที่ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยติดลบ มาจากการเผชิญปัจจัยเสี่ยงที่ได้รุมเร้าในหลาย ๆ ด้าน ทั้งเรื่อง ราคาสินค้า ค่าครองชีพ และอื่น ๆ โดยเฉพาะการยกเลิกมาตรการผ่อนปรน การกำกับดูแลสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแอลทีวี ซึ่งกระทบต่อคนที่ต้องการมีการซื้อสำหรับการอยู่อาศัยและการลงทุน ที่เป็นบ้านสัญญาที่ 2 และ 3 ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 30% ของตลาด ถือว่าเป็นจำนวนมากเช่นกัน"
นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบจากการลดมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล ที่ลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 0.01% เหลือเพียง 1% ประกอบกับปี 66 เป็นช่วงทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น อาจสูงถึง 0.75-1.0% รวมถึงราคาที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และที่สำคัญมีการเร่งโอนซื้อขายในช่วงปลายปีที่แล้วค่อนข้างมาก ทำให้เกิดการดึงกำลังซื้อในอนาคตมา และกระทบต่อยอดขายในครึ่งแรกของปี 66 อย่างชัดเจน
ด้านการเปิดตัวที่อยู่อาศัย ในปี 66 ยังมีภาวะทรงตัว หรือชะลอลงเล็กน้อย เนื่องจากได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วใน ปี 64 โดยหน่วยที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั่วประเทศ มี 78,269 หน่วย เพิ่มขึ้น 0.3% โดยใบอนุญาตก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัย 300,228 หน่วย ลดลง 8.4% แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ 246,504 หน่วย และอาคารชุด 53,724 หน่วย
ขณะที่ที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑล คาดการณ์จะมีจำนวน 98,132 หน่วย ลดลง 2.1% ประกอบด้วย บ้านจัดสรร 58,046 หน่วย เพิ่มขึ้น 19.4% โครงการอาคารชุด 40,086 หน่วย ลดลง 22.4%
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ
