ดัชนีเชื่อมั่นธุรกิจอสังหาฯ Q1/66 ลดต่ำแรง กังวลดบ.ขาขึ้น-กลุ่ม NON-LISTED ห่วงต้นทุนพุ่ง
วันที่ : 12 เมษายน 2566
ศูนย้ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เผยว่า ประเมินดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจอสังหาฯไตรมาส 1 ปี 66 ลดต่ำลงอย่างมาก เหตุกังวลเรื่องดอกเบี้ยขาขึ้น ตันทุนยังอยู่ในระดับสูง มองระยะ 6 เดือนข้างหน้า ดัชนีเชื่อมั่นดีขึ้น
REIC มั่นใจปัจจัยบวกท่องเที่ยวบูม ต่างชาติกลับเขามาลงทุน ลูกค้าจีนปรับพฤติกรรมซื้อคอนโดฯ เพื่ออยู่อาศัย แต่ยังติดห่วง การจ้างงาน ต้นทุนการประกอบการ และธปท.ไม่ต่อเกณฑ์ LTV
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) รายงานดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในภาวะปัจจุบัน (Current Situation Index) ในภาพรวมของไตรมาส 1 ปี 2566 มีค่าดัชนีเท่ากับ 46.7 ลดลงค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2565 (QoQ) ที่มีค่าดัชนีเท่ากับ 51.5 และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 47.1 ก็มีความเชื่อมั่นลดลงเล็กน้อยเช่นกัน และยังคงต่ำกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นลดลง และมีมุมมองเชิงลบต่อสถานการณ์ธุรกิจในภาวะปัจจุบัน
ขณะที่ยังมีความคาดหวังในเชิงบวกกับสถานการณ์ในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในอีก 6 เดือนข้างหน้าเท่ากับ 67.1 แสดงให้เห็นว่าผูประกอบการฯ กลุ่มนี้ยังคงมีความเชื่อมั่นต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผูอำนวยการศูนย้ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นที่ลดลงเล็กน้อยในไตรมาสนี้ เมื่อพิจารณาที่มาของการลดลงพบว่า มีความเชื่อมั่นในด้านผลประกอบการ ยอดขาย การลงทุน และการเปิดโครงการใหม่และ/หรือเฟสใหม่ ที่ลดลงระหว่าง -10.8 ถึง -3.5 จุด ซึ่งอาจเป็นผลมาจากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. โดยมีการประกาศเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 66 ที่ขึ้นร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 1.25 เป็นร้อยละ 1.50 ต่อปี และ ต่อมาในวันที่ 28 มี.ค. 66 ขึ้นอีก ร้อยละ 0.25 ต่อปี เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 1.75
แต่ในด้านความเชื่อมั่นในด้านต้นทุนผลประกอบการ ที่ปรับเพิ่มขึ้น 3.7 จุด สะท้อนว่า ผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯปริมณฑล มีความเชื่อมั่นในด้านต้นทุนการประกอบการ ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยมากขึ้น เนื่องจากมีการปรับตัวคงที่ในระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากภาพรวมต้นทุนยังคงสูงอยู่ ทำให้ระดับความเชื่อมั่นยังต่ำกว่ารอยละ 50 ต่อเนื่องมามากกว่า5ไตรมาส
เมื่อจำแนกความเชื่อมั่นตามกลุ่มผู้ประกอบการฯ พบว่า กลุ่ม Listed Companies ในไตรมาสนี้ มีค่าดัชนีเท่ากับ 50.0 ต่ำกว่าไตรมาสก่อนหน้าที่มีค่าดัชนี 55.2 แต่ยังคงเท่ากับค่ากลางที่ระดับ 50.0 แสดงให้เห็นว่ายังคงมีความเชื่อมั่นต่อธุรกิจในภาวะปัจจุบัน
ขณะที่ผู้ประกอบการกลุ่ม Nonlisted Companies ในไตรมาส 1 ปี 66 มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นเท่ากับ 41.9 ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 46.0 และยังคงต่ำกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 แสดงใหเห็นว่าผู้ประกอบการรายย่อยกลุ่ม Non-listed Companies มีความกังวลต่อปัจจัยลบดังกล่าวมากกว่ากลุ่ม Listed Companies
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในภาพรวมอีก 6 เดือนข้างหน้า มีค่าเท่ากับ 61.4 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งอยู่ระดับ 60.5 และค่าดัชนีสูงกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ธุรกิจอสังหาฯในอีก 6 เดือนเพิ่มขึ้นในด้านผลประกอบการ ด้านยอดขาย และด้านการลงทุน ที่เพิ่มขึ้นระหว่าง 2.4 ถึง 4.9 จุด เป็นผลมาจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวม ที่ได้รับผลจาการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว การเขามาลงทุนของนักลงทุนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจากการซื้อเพื่อเก็งกำไร เป็นซื้อเพื่ออยู่อาศัยระยะยาว
แต่กลับพบว่า การจ้างงาน ต้นทุนการประกอบการ และการเปิดโครงการใหม่และ/หรือเฟสใหม่ ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน-3.2และ-0.3 จุดตามลำดับ อาจเนื่องมาจากต้นทุนของวัสดุก่อสรางเพิ่มสูงขึ้น และการที่ธปท.ไม่ต่ออายุการผ่อนคลายมาตรการ LTV อาจทำให้ผู้ประกอบการลังเลที่เปิดโครงการใหม่ โดยกลุ่ม Listed Companies มีค่าดัชนีความเชื่อมั่น เท่ากับ 67.1 จากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 61.2 แสดงให้เห็นว่า ยังคงมีความเชื่อมั่นต่อธุรกิจอสังหาฯ
ขณะที่ผู้ประกอบการฯ กลุ่ม Non-listed Companies มีค่าดัชนีเท่ากับ 52.9 ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 59.3 แสดงใหเห็นว่ามีความเชื่อมั่นลดลง โดยเฉพาะความเชื่อมั่นในด้านผลประกอบการ ยอดขาย การลงทุน การจางงาน ต้นทุนการประกอบการ และการเปิดโครงการใหม่ และ/หรือ เฟสใหม่
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) รายงานดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในภาวะปัจจุบัน (Current Situation Index) ในภาพรวมของไตรมาส 1 ปี 2566 มีค่าดัชนีเท่ากับ 46.7 ลดลงค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2565 (QoQ) ที่มีค่าดัชนีเท่ากับ 51.5 และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 47.1 ก็มีความเชื่อมั่นลดลงเล็กน้อยเช่นกัน และยังคงต่ำกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นลดลง และมีมุมมองเชิงลบต่อสถานการณ์ธุรกิจในภาวะปัจจุบัน
ขณะที่ยังมีความคาดหวังในเชิงบวกกับสถานการณ์ในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในอีก 6 เดือนข้างหน้าเท่ากับ 67.1 แสดงให้เห็นว่าผูประกอบการฯ กลุ่มนี้ยังคงมีความเชื่อมั่นต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผูอำนวยการศูนย้ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นที่ลดลงเล็กน้อยในไตรมาสนี้ เมื่อพิจารณาที่มาของการลดลงพบว่า มีความเชื่อมั่นในด้านผลประกอบการ ยอดขาย การลงทุน และการเปิดโครงการใหม่และ/หรือเฟสใหม่ ที่ลดลงระหว่าง -10.8 ถึง -3.5 จุด ซึ่งอาจเป็นผลมาจากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. โดยมีการประกาศเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 66 ที่ขึ้นร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 1.25 เป็นร้อยละ 1.50 ต่อปี และ ต่อมาในวันที่ 28 มี.ค. 66 ขึ้นอีก ร้อยละ 0.25 ต่อปี เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 1.75
แต่ในด้านความเชื่อมั่นในด้านต้นทุนผลประกอบการ ที่ปรับเพิ่มขึ้น 3.7 จุด สะท้อนว่า ผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯปริมณฑล มีความเชื่อมั่นในด้านต้นทุนการประกอบการ ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยมากขึ้น เนื่องจากมีการปรับตัวคงที่ในระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากภาพรวมต้นทุนยังคงสูงอยู่ ทำให้ระดับความเชื่อมั่นยังต่ำกว่ารอยละ 50 ต่อเนื่องมามากกว่า5ไตรมาส
เมื่อจำแนกความเชื่อมั่นตามกลุ่มผู้ประกอบการฯ พบว่า กลุ่ม Listed Companies ในไตรมาสนี้ มีค่าดัชนีเท่ากับ 50.0 ต่ำกว่าไตรมาสก่อนหน้าที่มีค่าดัชนี 55.2 แต่ยังคงเท่ากับค่ากลางที่ระดับ 50.0 แสดงให้เห็นว่ายังคงมีความเชื่อมั่นต่อธุรกิจในภาวะปัจจุบัน
ขณะที่ผู้ประกอบการกลุ่ม Nonlisted Companies ในไตรมาส 1 ปี 66 มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นเท่ากับ 41.9 ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 46.0 และยังคงต่ำกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 แสดงใหเห็นว่าผู้ประกอบการรายย่อยกลุ่ม Non-listed Companies มีความกังวลต่อปัจจัยลบดังกล่าวมากกว่ากลุ่ม Listed Companies
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในภาพรวมอีก 6 เดือนข้างหน้า มีค่าเท่ากับ 61.4 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งอยู่ระดับ 60.5 และค่าดัชนีสูงกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ธุรกิจอสังหาฯในอีก 6 เดือนเพิ่มขึ้นในด้านผลประกอบการ ด้านยอดขาย และด้านการลงทุน ที่เพิ่มขึ้นระหว่าง 2.4 ถึง 4.9 จุด เป็นผลมาจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวม ที่ได้รับผลจาการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว การเขามาลงทุนของนักลงทุนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจากการซื้อเพื่อเก็งกำไร เป็นซื้อเพื่ออยู่อาศัยระยะยาว
แต่กลับพบว่า การจ้างงาน ต้นทุนการประกอบการ และการเปิดโครงการใหม่และ/หรือเฟสใหม่ ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน-3.2และ-0.3 จุดตามลำดับ อาจเนื่องมาจากต้นทุนของวัสดุก่อสรางเพิ่มสูงขึ้น และการที่ธปท.ไม่ต่ออายุการผ่อนคลายมาตรการ LTV อาจทำให้ผู้ประกอบการลังเลที่เปิดโครงการใหม่ โดยกลุ่ม Listed Companies มีค่าดัชนีความเชื่อมั่น เท่ากับ 67.1 จากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 61.2 แสดงให้เห็นว่า ยังคงมีความเชื่อมั่นต่อธุรกิจอสังหาฯ
ขณะที่ผู้ประกอบการฯ กลุ่ม Non-listed Companies มีค่าดัชนีเท่ากับ 52.9 ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 59.3 แสดงใหเห็นว่ามีความเชื่อมั่นลดลง โดยเฉพาะความเชื่อมั่นในด้านผลประกอบการ ยอดขาย การลงทุน การจางงาน ต้นทุนการประกอบการ และการเปิดโครงการใหม่ และ/หรือ เฟสใหม่
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ
