แนวราบมาแรงห่วงบ้านหรู - ทาวน์เฮาส์ล้น
วันที่ : 24 มีนาคม 2566
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เผยว่า ต้องระมัดระวังตลาดบ้านหรู ระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งพบว่ามียอดขายต่อไตรมาสประมาณ 400 หน่วย โดยในแต่ละไตรมาสมียอดการเสนอขายสะสมอยู่ที่ราว 2,000 หน่วย จะเห็นว่าจำนวนหน่วยที่ขายได้มีสัดส่วนราว 1 ใน 5 ดังนั้นหากผู้ประกอบการเปิดตัวมากเกินไป มีโอกาสจะทำให้จำนวนหน่วยเสนอขายสะสมเพิ่มขึ้นเกินความต้องการ
นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด (LWS) ในเครือ บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ เปิดเผยว่า ประเมินแนวโน้มการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ปี 2566 จะโตได้ 5-15% ตามการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 3.2-4.2% โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ เห็นได้จากช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.พ.2566) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เร่งเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ 34 โครงการ รวม 4,933 หน่วย เพิ่มขึ้นถึง 57% คิดเป็นมูลค่ารวม 30,297 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95%
โดยที่ภาพรวมการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯปริมณฑล 2 เดือนแรก พบว่ามี 50 โครงการ รวม 12,930 หน่วย ลดลง 18% ขณะที่เชิงมูลค่าการเปิดตัวใหม่รวม 47,877 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากการเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวและ บ้านแฝดมากขึ้น เทียบกับโครงการคอนโดมิเนียม เปิดตัวใหม่ 16 โครงการ รวม 7,997 หน่วย ลดลง 37% มูลค่ารวม 17,580 ล้านบาท ลดลง 42%
ด้าน นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปี 2566 ยังอยู่ในประมาณการเดิมคือ 98,132 หน่วย หรือลดลงเล็กน้อย -2.1% และอาจติดลบมากขึ้นหากมีปัจจัยลบรุนแรงเข้ามากระทบ
ทั้งนี้ ต้องระมัดระวังตลาดบ้านหรู ระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งพบว่ามียอดขายต่อไตรมาสประมาณ 400 หน่วย โดยในแต่ละไตรมาสมียอดการเสนอขายสะสมอยู่ที่ราว 2,000 หน่วย จะเห็นว่าจำนวนหน่วยที่ขายได้มีสัดส่วนราว 1 ใน 5 ดังนั้นหากผู้ประกอบการเปิดตัวมากเกินไป มีโอกาสจะทำให้จำนวนหน่วยเสนอขายสะสมเพิ่มขึ้นเกินความต้องการ
รวมทั้งตลาดบ้านทาวน์เฮาส์ก็น่าเป็นห่วง แม้จะมีการเปิดตัวใหม่น้อยลง แต่ปัจจุบันมีทาวน์เฮาส์สร้างเสร็จเหลือขายสะสมอยู่ในตลาดมูลค่ารวมสูงถึง 54,000 ล้านบาท ขณะที่ด้านการขายก็ลดลงด้วยเช่นกัน จากอัตราหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นทำให้ธนาคารเข้มงวดในการปล่อย สินเชื่อมากขึ้น
โดยที่ภาพรวมการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯปริมณฑล 2 เดือนแรก พบว่ามี 50 โครงการ รวม 12,930 หน่วย ลดลง 18% ขณะที่เชิงมูลค่าการเปิดตัวใหม่รวม 47,877 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากการเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวและ บ้านแฝดมากขึ้น เทียบกับโครงการคอนโดมิเนียม เปิดตัวใหม่ 16 โครงการ รวม 7,997 หน่วย ลดลง 37% มูลค่ารวม 17,580 ล้านบาท ลดลง 42%
ด้าน นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปี 2566 ยังอยู่ในประมาณการเดิมคือ 98,132 หน่วย หรือลดลงเล็กน้อย -2.1% และอาจติดลบมากขึ้นหากมีปัจจัยลบรุนแรงเข้ามากระทบ
ทั้งนี้ ต้องระมัดระวังตลาดบ้านหรู ระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งพบว่ามียอดขายต่อไตรมาสประมาณ 400 หน่วย โดยในแต่ละไตรมาสมียอดการเสนอขายสะสมอยู่ที่ราว 2,000 หน่วย จะเห็นว่าจำนวนหน่วยที่ขายได้มีสัดส่วนราว 1 ใน 5 ดังนั้นหากผู้ประกอบการเปิดตัวมากเกินไป มีโอกาสจะทำให้จำนวนหน่วยเสนอขายสะสมเพิ่มขึ้นเกินความต้องการ
รวมทั้งตลาดบ้านทาวน์เฮาส์ก็น่าเป็นห่วง แม้จะมีการเปิดตัวใหม่น้อยลง แต่ปัจจุบันมีทาวน์เฮาส์สร้างเสร็จเหลือขายสะสมอยู่ในตลาดมูลค่ารวมสูงถึง 54,000 ล้านบาท ขณะที่ด้านการขายก็ลดลงด้วยเช่นกัน จากอัตราหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นทำให้ธนาคารเข้มงวดในการปล่อย สินเชื่อมากขึ้น
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ