คอนโดหวังกำลังซื้อต่างชาติพยุงตลาด!
Loading

คอนโดหวังกำลังซื้อต่างชาติพยุงตลาด!

วันที่ : 19 พฤษภาคม 2566
ซีบีอาร์อี เผยว่า เชื่อว่าตลาดการท่องเที่ยวและตลาดการพักอาศัยแบบลองสเตย์ในปี 2566 จะกลับมาคึกคักยิ่งขึ้นกว่าเดิมในไตรมาส 2-4 ส่งผลบวกต่อเนื่องต่อดีมานด์การซื้อที่พักอาศัยเพื่อเป็นบ้านหลังที่สองและเพื่อการลงทุน
           บุษกร ภู่แส

           กรุงเทพธุรกิจ

          'จีน' ซื้อสูงสุด 'รัสเซีย-เมียนมา-อินเดีย' มาแรง

          ข้อมูลตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 1 ปี 2566 ของ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ระบุว่าการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติ มีจำนวน 3,775 หน่วย เพิ่มขึ้น 79.2% คิดเป็นมูลค่า 17,128 ล้านบาท ขยายตัว 67.6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยประเทศจีนครองแชมป์การโอนกรรมสิทธิ์สูงสุด  1,747 หน่วย คิดเป็น 46% ของจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ของคนต่างชาติทั้งหมด มีมูลค่า 8,191 ล้านบาท หรือ 48% ของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์คนต่างชาติทั้งหมด

          แต่เมื่อเทียบรายหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดกลับพบว่า สัดส่วนการซื้อคอนโดของคนจีนลดลง ดังนี้

          ปี 2565 จำนวน 5,707 หน่วย คิดเป็น 49% มีมูลค่า 29,038 ล้านบาท คิดเป็น 49% ของยอดโอนกรรมสิทธิ์คอนโดต่างชาติ

          ปี 2564 จำนวน 4,867 หน่วย คิดเป็น 59% มีมูลค่า 22,874 ล้านบาท คิดเป็น 58% ของยอดโอนกรรมสิทธิ์คอนโดต่างชาติ

          ปี 2563 จำนวน 5,257 หน่วย คิดเป็น 63% มีมูลค่า 22,889 ล้านบาท คิดเป็น 61% ของยอดโอนกรรมสิทธิ์คอนโดต่างชาติ

          นอกจากนี้ ยังพบว่า 3 ประเทศรัสเซีย อินเดีย และเมียนมา  มีสัดส่วนการซื้อคอนโดไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ในเชิงมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ ไตรมาส 1/2566 รัสเซียขึ้นเป็นอันดับ 2 ด้วยสัดส่วน 8% หรือคิดเป็นมูลค่า 1,364 ล้านบาท ขยับจากปี 2563  ที่มีสัดส่วน 3% มูลค่า 1,141 ล้านบาท ราคาซื้อเฉลี่ย 3.5 ล้านบาท/หน่วย

          ขณะที่เมียนมา มียอดการโอนเชิงมูลค่าอยู่ลำดับ 7 มูลค่า497 ล้านบาท แต่ราคาซื้อคอนโดต่อหน่วยสูงสุด 6.5 ล้านบาท/หน่วย ส่วนอินเดีย เชิงมูลค่าอยู่ลำดับ 10 มูลค่า 292 ล้านบาท

          เมื่อเจาะลึกรายจังหวัด  พื้นที่ที่มีชาวต่างชาติซื้อ คอนโดมากที่สุดกระจายตัวใน จ.ชลบุรี กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง ส่วนใหญ่ หัวเมืองท่องเที่ยว สะท้อนให้เห็นว่าตลาดอสังหาฯ ล้อไปกับการขยายตัวของการท่องเที่ยว หากภาครัฐ ดึงดูดต่างชาติเข้ามาอยู่เมืองไทยระยะยาวได้ จะเป็น โอกาสที่ดีสำหรับตลาดอสังหาฯ โดยเฉพาะคอนโด ในช่วงที่กำลังซื้อในประเทศหดตัว!

          สอดคล้องกับ อาทิตยา เกษมลาวัณย์ หัวหน้าแผนกซื้อขายโครงการที่พักอาศัย ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ระบุว่า ปี 2565 นักท่องเที่ยวต่างชาติ มาเยือนประเทศไทย 11.2 ล้านคน มาจากโซนเอเชีย 64% ยุโรป 23% อเมริกาเหนือ 5% ตามมาด้วยตะวันออกกลาง โอเชียเนีย หรือกลุ่มประเทศและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก และแอฟริกา

          "สัญญาณการกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีนัยเชิงบวกและสอดคล้องกับดีมานด์ ของชาวต่างชาติในการซื้อที่พักอาศัยในไทย"

          เอเชียชอบคอนโด ยุโรปนิยมบ้านพักตากอากาศ

          จากการวิเคราะห์โครงการที่ซีบีอาร์อีในฐานะตัวแทนบริหารการตลาดและการขายส่วนใหญ่เป็นตลาดระดับลักชัวรี พบว่าผู้สนใจซื้อโครงการที่พักอาศัยตั้งแต่ปี 2565 ถึงต้นปี 2566 เป็นคนไทย 89% ชาวต่างชาติ 11% โดยลูกค้าชาวต่างชาติที่มองหาคอนโดและบ้านส่วนใหญ่มาจากเอเชีย ได้แก่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เมียนมา สิงคโปร์ และญี่ปุ่น สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้านพักตากอากาศส่วนใหญ่มาจากยุโรป ได้แก่ รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี

          เมื่อเปรียบเทียบยอดขายโครงการที่พักอาศัยของซีบีอาร์อีในปี 2565 กับปี 2564 ยังพบว่า ลูกค้าชาวต่างชาติซื้อคอนโดเพิ่มขึ้น 383% และซื้อบ้านเพิ่มขึ้น 233% โดยชาวต่างชาติที่ซื้อบ้านส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว ซีบีอาร์อี ยังพบว่าลูกค้าชาวต่างชาติกลับมาสนใจซื้อวิลล่าตากอากาศอีกครั้งหลังจากที่หายไปก่อนหน้านี้

          ต่างชาติซื้อคอนโดหรูกลางใจเมืองอยู่เอง

          เมื่อเจาะลึกถึงพฤติกรรมของผู้ซื้อชาวต่างชาติ พบว่าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่มีวงเงินในการซื้อคอนโดที่ระดับราคา 15-30 ล้านบาท ต้องการคอนโดทำเลใจกลางเมือง โดยเฉพาะย่านธุรกิจ สีลม สาทร ลุมพินี สุขุมวิท ปทุมวัน และริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองถึง 87%

          สำหรับโครงการบ้าน ลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่ มีงบการซื้อ 51-80 ล้านบาท โดยเฉพาะทำเลกรุงเทพฯ ตะวันออก ใจกลางเมือง และรอบนอก ฝั่งตะวันออก โดยซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง 85%  สำหรับบ้านพักตากอากาศ นิยมซื้อในราคา 15-30 ล้านบาท  สนใจทำเลภูเก็ต และ หัวหิน ส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง 71%

          จีนนิยมบ้านโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก

          จากข้อมูลของซีบีอาร์อีซึ่งเน้นตลาดระดับลักชัวรี "จีน" ยังคงเป็นชาวต่างชาติที่ต้องการซื้อที่พักอาศัยในไทยสูงสุด ส่วนใหญ่ต้องการซื้อคอนโดหรูขนาด 1-2 ห้องนอน ระดับราคา 15-30  ล้านบาท บนทำเลสีลม สาทร และซื้อเพื่อการอยู่อาศัย เองเป็นหลัก ส่วนโครงการบ้าน ชาวจีนต้องการ ซื้อบ้านขนาด 4 ห้องนอน ทำเลกรุงเทพฯ ตะวันออก มีงบประมาณในการซื้อตั้งแต่ 30 ถึงกว่า 100 ล้านบาท  ส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองเช่นเดียวกัน

          เมียนมานิยมคอนโดหรู 5-100ล้าน

          อีกหนึ่งตลาดต่างชาติที่น่าสนใจ คือ ผู้ซื้อชาวเมียนมา ปีที่ผ่านมาหลายรายเข้าทำสัญญาซื้อขาย โครงการกับซีบีอาร์อีในระดับราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาท ถึงมากกว่า 100 ล้านบาท เป็นชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ในเมียนมา สิงคโปร์ และไทย เป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองถึง 91%  นิยมซื้อคอนโดลักชัวรี ขนาด 2 ห้องนอน ราคา 15-30 ล้านบาท และมองหาคอนโดบนทำเลลุมพินีและสุขุมวิท สำหรับโครงการบ้านต้องการบ้านขนาด 4 ห้องนอน ในทำเลกรุงเทพฯ ตะวันออกและใจกลางเมือง

          ท่องเที่ยวหนุนต่างชาติซื้ออสังหาฯไทย

          ประกายเพชร มีชูสาร หัวหน้าแผนกซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดวิลล่าภูเก็ตยังคงมีลูกค้าที่เข้ามาลงทุนซื้ออย่างต่อเนื่อง อาทิ รัสเซีย จีน อิตาลี อังกฤษ เยอรมนี ออสเตรเลีย สหรัฐ อินเดีย และไอร์แลนด์ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยเองและปล่อยเช่า

          "เชื่อว่าตลาดการท่องเที่ยวและตลาดการพักอาศัยแบบลองสเตย์ในปี 2566 จะกลับมาคึกคักยิ่งขึ้นกว่าเดิมในไตรมาส 2-4 ส่งผลบวกต่อเนื่องต่อดีมานด์การซื้อที่พักอาศัยเพื่อเป็นบ้านหลังที่สองและเพื่อการลงทุน"

          คาดว่าความต้องการซื้อที่พักอาศัยจากชาวต่างชาติจะครอบคลุมตลาดหลายระดับ และกระจายไปยังทำเลทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดที่เป็นแหล่งพักผ่อนตากอากาศชั้นนำ รวมถึงครอบคลุมไปถึงตลาดเช่าอีกด้วย