อสังหาฯ - รับสร้างบ้าน - วัสดุฯ ชงการบ้าน ลุ้นตั้งรบ.ใหม่ เร่งฟื้นเชื่อมั่น แนะทยอยขึ้น ค่าแรง ลดแรงกระแทก - ใช้งบฯให้คุ้มค่า
วันที่ : 19 พฤษภาคม 2566
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เผยว่า ปีนี้ ปัจจัยลบต่อภาคอสังหาฯมีหลากหลาย ซึ่งเราต้องมาดูครึ่งหลังของปี 2566 ภาพรวมเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างชัดเจนได้แค่ไหน และต้องคำนึงถึงเรื่องการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ และการเร่งจัดทำงบประมาณปี 2567 จะทันได้หรือไม่ ซึ่งอาจมีผลต่อความเชื่อมั่นของภาคอสังหาฯ การเปิดโครงการใหม่อาจจะลบร้อยละ 20% ได้
อสังหาริมทรัพย์
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมา พรรคก้าวไกล ได้รับคะแนนเสียงมาเป็นอันดัน 1 จนทำให้พรรคการเมืองใหญ่ๆหลายแห่ง ต้องพ่ายแพ้ โดยเฉพาะฐานในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เป็น 'เมืองหลวง' ของประเทศไทย พรรคสีส้ม กวาดเรียบไปแบบถล่มทลาย เหลือแค่ 1 เขต ที่เป็น แดง (พท.) ในดงส้ม
แต่สิ่งที่สะท้อนออกมา หลังการเลือกตั้ง ดูเหมือนว่า 'ตลาดหุ้น' ไม่ตอบสนอง ตลาดหุ้นร่วง อันเป็นผลจากนโยบาย ก้าวไกล ของการเลิกทุนผูกขาด และยิ่งความไม่แน่นอนของรัฐบาล อาจจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความกังวล เกิดภาพเก่าๆ จะกลับมา จนกระทบต่อการท่องเที่ยวได้!!
แต่กระนั้น ในมุมของ "ภาคธุรกิจ" กับเรื่อง จัดตั้งรัฐบาลใหม่ ก็เป็นความหวัง ที่อยากให้เกิดขึ้น!! วันนี้ ผู้จัดการรายวัน360 ได้นำเสนอเสียงสะท้อน จากผู้ที่อยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มานาน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ต่อ การคาดหวังกับรัฐบาลใหม่ที่ชูนโยบายหาเสียงอย่างร้อนแรง!!
3 ส.อสังหาฯชง "การบ้าน" เร่งแก้ไขอุปสรรค
นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า หากมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่แล้วยังใช้วิธีประชานิยม ก็เท่ากับเป็นการรีดภาษามากกว่าลดภาษีมากกว่า ดังนั้นหากเป็นไปได้ก็อยากให้ช่วยดำเนินการใน 3 เรื่องหลัก คือ 1. ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯ (กทม.)ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 จากเดิมที่เคยตั้งเป้าว่าจะประกาศใช้ในช่วงปลายปี 2563 ก่อนขยับมาเป็นปี 2564 แต่สถานการณ์ต่างๆทำให้ต้องเลื่อนการประกาศใช้ไปอีกประมาณ 2 ปี ซึ่งมองว่า "ล่าช้า" เพราะการซื้อที่ดินย่านชานเมืองกรุงเทพฯนั้นมีผลกับการพัฒนาที่เอื้อกับแนวรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ เป็นอย่างมาก เพราะผังเมืองรวม กทม.ฉบับเดิมนั้นคงไม่เอื้อในการดำเนินธุรกิจที่อยู่อาศัย
2. เรื่องอัตราดอกเบี้ย ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการระดับกลาง-เล็ก เป็นอย่างมาก ในขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่กลับมียอดขายที่เติบโตกันแทบ ทั้งสิ้น หากนายเศรษฐา ทวีสิน ได้เป็นฝ่ายรัฐบาล ก็ต้องแก้ไขปัญหา กลุ่มบ้านระดับกลาง-ล่าง ให้ได้ เพราะปัจจุบันราคาที่ดินปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสถาบันการเงินก็ไม่ค่อยรองรับลูกค้ากลุ่มดังกล่าว
3. เรื่องบ้านระดับกลาง-ล่าง รัฐบาลชุดใหม่ต้องมองโอกาสของคนอยากมีบ้านให้มีบ้านมากขึ้น มิเช่นนั้นจะเกิดปัญหา อย่างรุนแรงแน่นอน ซึ่งจะต้องแก้ไขกฎหมายอีกมาก หากให้ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ดำเนินการเพียงองค์กรเดียว ก็มองว่ากลไกในการดำเนินการก็คงเป็นในรูปแบบเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสร กล่าวว่า เรื่องค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันอยู่ที่ 328-354 บาท/วัน ซึ่งต้องดูว่าจะช่วยแรงงานจริงหรือจะถ่วง เพราะการปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบแน่นอน ทั้งค่าครองชีพ,เงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ย ที่ปรับขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลชุดใหม่ เร่งดำเนินการแก้ไขภาพใหญ่ คือ เรื่องเศรษฐกิจให้ชัดเจนก่อน ซึ่งต้องรอให้ตั้งทีมเศรษฐกิจ และมี นโยบายที่ชัดเจนออกมาเสียก่อน
นายพีระพงศ์ จรูญเอก นายกสมาคมอาคารชุดไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน)หรือ ORI กล่าวว่า คงห่วงเรื่องงบประมาณปี 2567 ซึ่งต้องรีบจัดตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็วก่อนเดือนกันยายน 2566 เพื่อให้ทันใช้กับงบประมาณในปี 2567
ส่วนแนวทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องแก้ปัญหาและส่งเสริมด้านการส่งออก โดยรัฐบาลไทยควรจะมีการเจรจาจัดทำในความตกลงการค้าเสรี ให้มีมากขึ้นจากเดิม เนื่องจาก FTA เดิมของรัฐบาลที่เซ็นไว้มีน้อยฉบับเกินไป ทำให้ เสียเปรียบเวียดนามซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ
ด้านค่าแรงก็อยากให้ปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า เช่น จาก 350 บาท/วัน เป็น 400 บาท/วัน ไปก่อน มิเช่นนั้นจะเกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างแน่นอน สุดท้ายภาระจะกระทบกับทุกคน
ขณะที่ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ปัจจุบันค่าก่อสร้างและราคาที่ดินที่สูงขึ้น จะมีผลให้ราคาบ้านปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% ซึ่งเราจะเห็นว่า ตัวเลขในไตรมาส 1/66 ที่อยู่อาศัยแนวราบที่เปิดตัวใหม่ในระดับราคา 1.5 ล้านบาทขึ้นไปมีการเติบโต 118.7% แต่ราคาที่ต่ำกว่า 1.2 ล้านบาท เข้าสู่ภาวะชะลอตัว เนื่องจากปัจจัยต้นทุนที่สูงขึ้น
"ปีนี้ ปัจจัยลบต่อภาคอสังหาฯมีหลากหลาย ซึ่งเราต้องมาดูครึ่งหลังของปี 2566 ภาพรวมเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างชัดเจนได้แค่ไหน และต้องคำนึงถึงเรื่องการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ และการเร่งจัดทำงบประมาณปี 2567 จะทันได้หรือไม่ ซึ่งอาจมีผลต่อความเชื่อมั่นของภาคอสังหาฯ การเปิดโครงการใหม่อาจจะลบร้อยละ 20% ได้ "ดร.วิชัยกล่าว
ฝาก รบ.ใหม่ ใช้เงินให้คุ้มค่ากับที่หาเสียงหวั่นเงินเฟ้อพุ่ง กระทบหนี้ครัวเรือน
นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบ และก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การจับขั้วของแต่ละพรรคเป็นเรื่องปกติทางการเมือง จึงอยากเห็นการประสานนโยบายต่างๆ เข้าด้วยกัน สิ่งใดที่ทำได้ สิ่งใดที่ทำไม่ได้ โดยเฉพาะพรรคที่ได้คะแนนเลือกตั้งมากที่สุดอันดับ 1 และ 2 ซึ่งในช่วงหาเสียงต้องยอมรับว่า แต่ละพรรคมีการให้คำมั่นสัญญาไว้เยอะ อีกทั้งนโยบายต่างๆ ก็ต้องใช้เงินงบประมาณค่อนข้างสูง
"อยากให้คำนึงในเรื่องของปัญหาเงินเฟ้อด้วย เพื่อไม่ให้มาเป็นภาระของเอกชนในภายหลัง โดยเฉพาะนโยบายทำทันทีปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 450-600 บาท รวมถึงนโยบายชดเชยค่าโดยสารสาธารณะเพื่อลดราคาค่าโดยสาร เป็นต้น ซึ่งต้องชื่นชมเป็นนโยบายที่ดี แต่ทั้งนี้ล้วนแล้วแต่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินทั้งสิ้น"
ดังนั้น อยากฝากรัฐบาลชุดใหม่ คำนึงถึงเรื่องการใช้เงิน การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ และการขับเคลื่อนในเรื่องของการเงินภาคเอกชน ที่จะไม่ก่อให้เกิดการเร่งตัวของเงินเฟ้อ เพราะจะไปกระทบกับดอกเบี้ยแท้จริง ก็จะมีผลต่อหนี้ภาคครัวเรือนด้วย และกระทบต่อผู้ประกอบการทุกธุรกิจทุกอุตฯที่ภาระเงินกู้ด้วย
ธุรกิจรับสร้างบ้าน แนะเร่งกระตุ้น ศก. มั่นใจ "เงินดิจิทัลหมื่นบาท" กระจายรายได้ทั่ว ปท.
นายสิทธิพร สุวรรณสุต ซีอีโอ บริษัท พีดี เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้แบรนด์ ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เปิดเผยว่า ถ้าพิจารณาดูนโยบาย 100 วันแรกของพรรคก้าวไกลแล้ว เป็นนโยบายที่ประชาชนทั้งหมดที่เลือก อยากให้เกิดและเห็นชัดเจน โดยเฉพาะในประเด็นการกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจระยะสั้นนั้น ในมุมมองของผม ถ้าพรรคก้าวไกลจับมือกับพรรคเพื่อไทย ก็อาจจะมาพิจารณาความเร็ว และแรงของนโยบายช่วงสั้น เนื่องจาก หากเป็นนโยบาย "เงินดิจิทัล 10,000 บาท" ของพรรคเพื่อไทย จะเป็นรูปแบบการโอนเงินให้กับประชาชน ขณะที่ พรรคก้าวไกล จะใช้เรื่อง "หวยใบเสร็จ" มาเป็นแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหากมีการตกลงและยอมกันได้ ก็น่าจะเอา "เงินดิจิทัล 10,000 บาท" มาใช้ เพราะได้ผลที่แรงกว่า กระจายรายได้ ปูพรมทั่วประเทศ
และอยากให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งแก้ปัญหาและปราบ 'คอร์รัปชัน' ในวงการราชการ โดยเฉพาะผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา ทำตัวเป็นเจ้านายประชาชน เอารัดเอาเปรียบ รีดไถ
ในเรื่องการค้าการลงทุนนั้น ทั้งสองพรรค (ก้าวไกล-เพื่อไทย)น่าทำได้ดีอยู่แล้ว โดยในมุมมองแล้ว เพื่อไทยมีประสบการณ์กว่า และจะสามารถดึงนักลงทุนกลับเข้ามาประเทศไทยได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว ต่างชาติก็อยากจะกลับเข้า เพียงแต่รอให้มีการจัดการเลือกตั้งในประเทศไทย ที่ผ่านมา เราจะเห็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เป็นของต่างชาติ ปรับย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น เนื่องจากกังวลเรื่องความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทย และท่าทีสนับสนุนรัฐบาลของประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น
ยอมรับ "ปรับขึ้นค่าแรง" กระทบต้นทุน
นายสิทธิพร กล่าวถึงการผลักดันนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงของทั้งสองพรรคนั้น เราก็ยอมรับว่า ก็อาจจะมีผลต่อต้นทุนการผลิตที่จะสูงขึ้น เนื่องจากนโยบายของพรรคก้าวไกล ได้หาเสียงที่จะเพิ่มค่าแรงเป็น 450 บาทต่อวันทันที และจะต้องปรับขึ้นทุกปี ขณะที่ พรรคเพื่อไทย ชูนโยบายไว้แล้ว ภายในปี 2570 ค่าแรงไม่ต่ำกว่า 600 บาท
"หากภาพรวมประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจเป็นไปในทิศทางที่ดี ธุรกิจรับสร้างบ้าน ก็จะได้รับประโยชน์จากที่เศรษฐกิจกลับมาดี ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอย การค้าการขายกระเตื้องขึ้น จะได้เรื่องความมั่นใจทางเศรษฐกิจและการเมือง ตรงนี้ธุรกิจรับสร้างบ้านได้ ทั้งนี้ การปรับขึ้นค่าแรงนั้น ก็เป็นไปตามกลไกตลาด เนื่องจากเป็นนโยบายของภาครัฐ ซึ่งธุรกิจก็ต้องมีการปรับตัว และรัฐบาลใหม่ก็ต้องมีมาตรการช่วยเหลือธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME เช่น มาตรการทางภาษี และในอนาคต ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่จะเข้ามาประเทศไทยในอนาคต จะมีความทันสมัยมากขึ้น มีการใช้เครื่องจักรเข้ามาทดแทนในการทำงาน และที่สำคัญแล้ว ประเทศไทยยังน่าลงทุน ได้เปรียบในเรื่องโลเกชันที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชีย"นายสิทธิพร กล่าว
ภาคก่อสร้าง หวังสานต่อเมกะโปรเจกต์ EEC เตรียมพร้อมรับผลกระทบ "เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ"
นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (มหาชน) (CPANEL)เปิดเผย สิ่งที่ภาคธุรกิจหวังให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการหลังจากจัดตั้งรัฐบาลใหม่ว่า 1. ให้สานต่อ Long-Term Resident Visa: LTR Visa ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเอกชนไทย และช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทยไปสู่เศรษฐกิจใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง
2. การส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา EEC เป็นเขตอุตสาหกรรมมีการลงทุนค่อนข้างมาก ซึ่งแผนการพัฒนา EEC ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการยกระดับ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
3. พัฒนาการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีให้มากขึ้น ผลักดันให้อยู่ในหลักสูตร เพราะถือเป็นความสำคัญในการพัฒนาประเทศ เนื่องจากปัจจุบันเด็กไทย 70% เลือกเรียนสายศิลป์ ซึ่งในอนาคตอาจทำให้จำนวนบุคลากรด้านเทคโนโลยีลดน้อยลง และส่งผลให้ประเทศไทยไม่สามารถตามเทคโนโลยีได้ทัน เกิด Skills and Education Mismatching
4. เตรียมความพร้อม เรื่องผลกระทบจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ เนื่องจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อในระดับสูง หรือผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับ SME หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ โดยอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์จะเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ถือเป็นเรื่องที่จะมีฝั่งที่ได้เปรียบและเสียเปรียบ จึงควรมีแนวทางในการรักษาสมดุล เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาพรวม
อสังหาฯเชียงใหม่เตือนรัฐต้องไม่เอื้อนายทุน-ต่างชาติ
นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ปัจจุบันการจัดตั้งรัฐบาลยังไม่เสร็จสิ้น เราอาจจะยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจน100% แต่ผลดังกล่าว เราจะได้เห็นนักลงทุนต่างชาติมาลงทุนในภาคอสังหาฯในประเทศเรามากขึ้น เนื่องด้วยความเชื่อมั่นที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยความเป็นประชาธิปไตยเต็มใบที่ชาวต่างชาติให้การยอมรับ และถ้าหากเป็นไปตามสถานการณ์
"แนวโน้มการลงทุนจากต่างประเทศน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น และที่สำคัญเราต้องรอดูตัวนโยบายใหม่ของกระทรวงการคลังว่า จะช่วยหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างไรบ้าง และทิศทางดอกเบี้ยจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าหากสถานการณ์โดยรวมเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้เลือกตั้งทิศทางต่างๆ น่าจะดีขึ้น เพราะประเทศของเรากำลังจะเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ"
นอกจากนี้ เรื่องที่จะให้ต่างชาติเข้ามาครอบครองที่ดินนั้น แน่นอนว่าผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์โดยตรง คือ ภาคอสังหาฯในการระบายสต๊อกที่เหลือขาย แต่ในขณะเดียวกันเราไม่มีทางรู้ว่า นโยบายนี้ จะเป็นดาบสองคมหรือไม่ เช่นการก่อให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากร ที่ในขณะนี้หลายประเทศประสบอยู่
ดังนั้น รัฐบาล(ชุดใหม่) ต้องออกนโยบายมาตรการเพิ่มเติมเข้ามาควบคุม เช่น (1) มาตรการชั่วคราว 3 ปี หรือ 5 ปี ไม่ใช่นโยบายถาวร ต้องกำหนดราคาอสังหาฯขั้นต่ำที่ถือครองได้ เช่น ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท เพื่อไม่ให้กระทบกับตลาดที่พักอาศัยของประชาชนทั่วไป (2) ต้องจำกัดการถือครองในแต่ละอาคาร/โครงการ เช่น 70% ของอาคารชุด หรือ 49% ของโครงการบ้านจัดสรร และดำเนินการหากพบว่ามีการใช้นอมินีโดยเข้มงวด (3) ต้อง กำหนดระยะเวลาถือครองขั้นต่ำ เพื่อลดการเก็งกำไร เช่น เมื่อ ซื้อแล้วต้องถือครองไม่ต่ำกว่า 5 ปี และขายต่อเปลี่ยนมือได้กับ คนไทยเท่านั้น
(4) นอกจากนี้ นโยบายเร่งด่วนกว่าที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ ก็คือ การจัดทำนโยบายให้คนรายได้กลาง-น้อย สามารถเข้าถึงบ้านและที่อยู่อาศัยในราคาที่เข้าถึงได้ ไม่ใช่มุ่งเป้าคิดนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุน-ต่างชาติ เพียงอย่างเดียว โดยหากเป็นไปตามที่ทางพรรคเคยกล่าวไว้ ผมมีความเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถดึงนักลงทุนต่างประเทศ และในขณะเดียวกันยังสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อและผู้อยู่อาศัยในประเทศเราได้
...และจากนี้ไป เราคงต้องรอดูสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลอย่างใจจดใจจ่อ เหมือนกับทุกภาคส่วน ณ ขณะนี้เช่นกัน ก็หวังให้ทุกอย่างราบรื่นและตั้งรัฐบาลได้โดยเร็ว โดยมุ่งสู่เป้าหมายการขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นผลดีต่อประเทศไทย ไม่สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย เป็นต้น .
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ค่าแรงก็อยากให้ปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า มิเช่นนั้นจะเกิดภาวะเงินเฟ้อสุดท้ายภาระจะกระทบกับทุกคน
นายอิสระ บุญยัง อยากฝากรัฐบาลชุดใหม่ คำนึงถึงเรื่องการใช้เงินการเบิกจ่ายงบประมาณฯ และการขับเคลื่อนการเงินภาคเอกชน
นายสิทธิพร สุวรรณสุต อยากให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งแก้ปัญหาและปราบ 'คอร์รัปชัน' ในวงการราชการโดยเฉพาะผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย
นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม แผนการพัฒนา EEC ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ แนวโน้มการลงทุนจากต่างประเทศน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นและที่สำคัญเราต้องรอดูตัวนโยบายใหม่ของกระทรวงการคลังว่า จะช่วยหลือภาคอสังหาฯได้อย่างไรบ้าง
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมา พรรคก้าวไกล ได้รับคะแนนเสียงมาเป็นอันดัน 1 จนทำให้พรรคการเมืองใหญ่ๆหลายแห่ง ต้องพ่ายแพ้ โดยเฉพาะฐานในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เป็น 'เมืองหลวง' ของประเทศไทย พรรคสีส้ม กวาดเรียบไปแบบถล่มทลาย เหลือแค่ 1 เขต ที่เป็น แดง (พท.) ในดงส้ม
แต่สิ่งที่สะท้อนออกมา หลังการเลือกตั้ง ดูเหมือนว่า 'ตลาดหุ้น' ไม่ตอบสนอง ตลาดหุ้นร่วง อันเป็นผลจากนโยบาย ก้าวไกล ของการเลิกทุนผูกขาด และยิ่งความไม่แน่นอนของรัฐบาล อาจจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความกังวล เกิดภาพเก่าๆ จะกลับมา จนกระทบต่อการท่องเที่ยวได้!!
แต่กระนั้น ในมุมของ "ภาคธุรกิจ" กับเรื่อง จัดตั้งรัฐบาลใหม่ ก็เป็นความหวัง ที่อยากให้เกิดขึ้น!! วันนี้ ผู้จัดการรายวัน360 ได้นำเสนอเสียงสะท้อน จากผู้ที่อยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มานาน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ต่อ การคาดหวังกับรัฐบาลใหม่ที่ชูนโยบายหาเสียงอย่างร้อนแรง!!
3 ส.อสังหาฯชง "การบ้าน" เร่งแก้ไขอุปสรรค
นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า หากมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่แล้วยังใช้วิธีประชานิยม ก็เท่ากับเป็นการรีดภาษามากกว่าลดภาษีมากกว่า ดังนั้นหากเป็นไปได้ก็อยากให้ช่วยดำเนินการใน 3 เรื่องหลัก คือ 1. ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯ (กทม.)ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 จากเดิมที่เคยตั้งเป้าว่าจะประกาศใช้ในช่วงปลายปี 2563 ก่อนขยับมาเป็นปี 2564 แต่สถานการณ์ต่างๆทำให้ต้องเลื่อนการประกาศใช้ไปอีกประมาณ 2 ปี ซึ่งมองว่า "ล่าช้า" เพราะการซื้อที่ดินย่านชานเมืองกรุงเทพฯนั้นมีผลกับการพัฒนาที่เอื้อกับแนวรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ เป็นอย่างมาก เพราะผังเมืองรวม กทม.ฉบับเดิมนั้นคงไม่เอื้อในการดำเนินธุรกิจที่อยู่อาศัย
2. เรื่องอัตราดอกเบี้ย ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการระดับกลาง-เล็ก เป็นอย่างมาก ในขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่กลับมียอดขายที่เติบโตกันแทบ ทั้งสิ้น หากนายเศรษฐา ทวีสิน ได้เป็นฝ่ายรัฐบาล ก็ต้องแก้ไขปัญหา กลุ่มบ้านระดับกลาง-ล่าง ให้ได้ เพราะปัจจุบันราคาที่ดินปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสถาบันการเงินก็ไม่ค่อยรองรับลูกค้ากลุ่มดังกล่าว
3. เรื่องบ้านระดับกลาง-ล่าง รัฐบาลชุดใหม่ต้องมองโอกาสของคนอยากมีบ้านให้มีบ้านมากขึ้น มิเช่นนั้นจะเกิดปัญหา อย่างรุนแรงแน่นอน ซึ่งจะต้องแก้ไขกฎหมายอีกมาก หากให้ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ดำเนินการเพียงองค์กรเดียว ก็มองว่ากลไกในการดำเนินการก็คงเป็นในรูปแบบเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสร กล่าวว่า เรื่องค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันอยู่ที่ 328-354 บาท/วัน ซึ่งต้องดูว่าจะช่วยแรงงานจริงหรือจะถ่วง เพราะการปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบแน่นอน ทั้งค่าครองชีพ,เงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ย ที่ปรับขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลชุดใหม่ เร่งดำเนินการแก้ไขภาพใหญ่ คือ เรื่องเศรษฐกิจให้ชัดเจนก่อน ซึ่งต้องรอให้ตั้งทีมเศรษฐกิจ และมี นโยบายที่ชัดเจนออกมาเสียก่อน
นายพีระพงศ์ จรูญเอก นายกสมาคมอาคารชุดไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน)หรือ ORI กล่าวว่า คงห่วงเรื่องงบประมาณปี 2567 ซึ่งต้องรีบจัดตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็วก่อนเดือนกันยายน 2566 เพื่อให้ทันใช้กับงบประมาณในปี 2567
ส่วนแนวทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องแก้ปัญหาและส่งเสริมด้านการส่งออก โดยรัฐบาลไทยควรจะมีการเจรจาจัดทำในความตกลงการค้าเสรี ให้มีมากขึ้นจากเดิม เนื่องจาก FTA เดิมของรัฐบาลที่เซ็นไว้มีน้อยฉบับเกินไป ทำให้ เสียเปรียบเวียดนามซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ
ด้านค่าแรงก็อยากให้ปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า เช่น จาก 350 บาท/วัน เป็น 400 บาท/วัน ไปก่อน มิเช่นนั้นจะเกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างแน่นอน สุดท้ายภาระจะกระทบกับทุกคน
ขณะที่ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ปัจจุบันค่าก่อสร้างและราคาที่ดินที่สูงขึ้น จะมีผลให้ราคาบ้านปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% ซึ่งเราจะเห็นว่า ตัวเลขในไตรมาส 1/66 ที่อยู่อาศัยแนวราบที่เปิดตัวใหม่ในระดับราคา 1.5 ล้านบาทขึ้นไปมีการเติบโต 118.7% แต่ราคาที่ต่ำกว่า 1.2 ล้านบาท เข้าสู่ภาวะชะลอตัว เนื่องจากปัจจัยต้นทุนที่สูงขึ้น
"ปีนี้ ปัจจัยลบต่อภาคอสังหาฯมีหลากหลาย ซึ่งเราต้องมาดูครึ่งหลังของปี 2566 ภาพรวมเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างชัดเจนได้แค่ไหน และต้องคำนึงถึงเรื่องการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ และการเร่งจัดทำงบประมาณปี 2567 จะทันได้หรือไม่ ซึ่งอาจมีผลต่อความเชื่อมั่นของภาคอสังหาฯ การเปิดโครงการใหม่อาจจะลบร้อยละ 20% ได้ "ดร.วิชัยกล่าว
ฝาก รบ.ใหม่ ใช้เงินให้คุ้มค่ากับที่หาเสียงหวั่นเงินเฟ้อพุ่ง กระทบหนี้ครัวเรือน
นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบ และก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การจับขั้วของแต่ละพรรคเป็นเรื่องปกติทางการเมือง จึงอยากเห็นการประสานนโยบายต่างๆ เข้าด้วยกัน สิ่งใดที่ทำได้ สิ่งใดที่ทำไม่ได้ โดยเฉพาะพรรคที่ได้คะแนนเลือกตั้งมากที่สุดอันดับ 1 และ 2 ซึ่งในช่วงหาเสียงต้องยอมรับว่า แต่ละพรรคมีการให้คำมั่นสัญญาไว้เยอะ อีกทั้งนโยบายต่างๆ ก็ต้องใช้เงินงบประมาณค่อนข้างสูง
"อยากให้คำนึงในเรื่องของปัญหาเงินเฟ้อด้วย เพื่อไม่ให้มาเป็นภาระของเอกชนในภายหลัง โดยเฉพาะนโยบายทำทันทีปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 450-600 บาท รวมถึงนโยบายชดเชยค่าโดยสารสาธารณะเพื่อลดราคาค่าโดยสาร เป็นต้น ซึ่งต้องชื่นชมเป็นนโยบายที่ดี แต่ทั้งนี้ล้วนแล้วแต่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินทั้งสิ้น"
ดังนั้น อยากฝากรัฐบาลชุดใหม่ คำนึงถึงเรื่องการใช้เงิน การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ และการขับเคลื่อนในเรื่องของการเงินภาคเอกชน ที่จะไม่ก่อให้เกิดการเร่งตัวของเงินเฟ้อ เพราะจะไปกระทบกับดอกเบี้ยแท้จริง ก็จะมีผลต่อหนี้ภาคครัวเรือนด้วย และกระทบต่อผู้ประกอบการทุกธุรกิจทุกอุตฯที่ภาระเงินกู้ด้วย
ธุรกิจรับสร้างบ้าน แนะเร่งกระตุ้น ศก. มั่นใจ "เงินดิจิทัลหมื่นบาท" กระจายรายได้ทั่ว ปท.
นายสิทธิพร สุวรรณสุต ซีอีโอ บริษัท พีดี เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้แบรนด์ ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เปิดเผยว่า ถ้าพิจารณาดูนโยบาย 100 วันแรกของพรรคก้าวไกลแล้ว เป็นนโยบายที่ประชาชนทั้งหมดที่เลือก อยากให้เกิดและเห็นชัดเจน โดยเฉพาะในประเด็นการกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจระยะสั้นนั้น ในมุมมองของผม ถ้าพรรคก้าวไกลจับมือกับพรรคเพื่อไทย ก็อาจจะมาพิจารณาความเร็ว และแรงของนโยบายช่วงสั้น เนื่องจาก หากเป็นนโยบาย "เงินดิจิทัล 10,000 บาท" ของพรรคเพื่อไทย จะเป็นรูปแบบการโอนเงินให้กับประชาชน ขณะที่ พรรคก้าวไกล จะใช้เรื่อง "หวยใบเสร็จ" มาเป็นแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหากมีการตกลงและยอมกันได้ ก็น่าจะเอา "เงินดิจิทัล 10,000 บาท" มาใช้ เพราะได้ผลที่แรงกว่า กระจายรายได้ ปูพรมทั่วประเทศ
และอยากให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งแก้ปัญหาและปราบ 'คอร์รัปชัน' ในวงการราชการ โดยเฉพาะผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา ทำตัวเป็นเจ้านายประชาชน เอารัดเอาเปรียบ รีดไถ
ในเรื่องการค้าการลงทุนนั้น ทั้งสองพรรค (ก้าวไกล-เพื่อไทย)น่าทำได้ดีอยู่แล้ว โดยในมุมมองแล้ว เพื่อไทยมีประสบการณ์กว่า และจะสามารถดึงนักลงทุนกลับเข้ามาประเทศไทยได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว ต่างชาติก็อยากจะกลับเข้า เพียงแต่รอให้มีการจัดการเลือกตั้งในประเทศไทย ที่ผ่านมา เราจะเห็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เป็นของต่างชาติ ปรับย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น เนื่องจากกังวลเรื่องความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทย และท่าทีสนับสนุนรัฐบาลของประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น
ยอมรับ "ปรับขึ้นค่าแรง" กระทบต้นทุน
นายสิทธิพร กล่าวถึงการผลักดันนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงของทั้งสองพรรคนั้น เราก็ยอมรับว่า ก็อาจจะมีผลต่อต้นทุนการผลิตที่จะสูงขึ้น เนื่องจากนโยบายของพรรคก้าวไกล ได้หาเสียงที่จะเพิ่มค่าแรงเป็น 450 บาทต่อวันทันที และจะต้องปรับขึ้นทุกปี ขณะที่ พรรคเพื่อไทย ชูนโยบายไว้แล้ว ภายในปี 2570 ค่าแรงไม่ต่ำกว่า 600 บาท
"หากภาพรวมประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจเป็นไปในทิศทางที่ดี ธุรกิจรับสร้างบ้าน ก็จะได้รับประโยชน์จากที่เศรษฐกิจกลับมาดี ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอย การค้าการขายกระเตื้องขึ้น จะได้เรื่องความมั่นใจทางเศรษฐกิจและการเมือง ตรงนี้ธุรกิจรับสร้างบ้านได้ ทั้งนี้ การปรับขึ้นค่าแรงนั้น ก็เป็นไปตามกลไกตลาด เนื่องจากเป็นนโยบายของภาครัฐ ซึ่งธุรกิจก็ต้องมีการปรับตัว และรัฐบาลใหม่ก็ต้องมีมาตรการช่วยเหลือธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME เช่น มาตรการทางภาษี และในอนาคต ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่จะเข้ามาประเทศไทยในอนาคต จะมีความทันสมัยมากขึ้น มีการใช้เครื่องจักรเข้ามาทดแทนในการทำงาน และที่สำคัญแล้ว ประเทศไทยยังน่าลงทุน ได้เปรียบในเรื่องโลเกชันที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชีย"นายสิทธิพร กล่าว
ภาคก่อสร้าง หวังสานต่อเมกะโปรเจกต์ EEC เตรียมพร้อมรับผลกระทบ "เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ"
นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (มหาชน) (CPANEL)เปิดเผย สิ่งที่ภาคธุรกิจหวังให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการหลังจากจัดตั้งรัฐบาลใหม่ว่า 1. ให้สานต่อ Long-Term Resident Visa: LTR Visa ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเอกชนไทย และช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทยไปสู่เศรษฐกิจใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง
2. การส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา EEC เป็นเขตอุตสาหกรรมมีการลงทุนค่อนข้างมาก ซึ่งแผนการพัฒนา EEC ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการยกระดับ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
3. พัฒนาการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีให้มากขึ้น ผลักดันให้อยู่ในหลักสูตร เพราะถือเป็นความสำคัญในการพัฒนาประเทศ เนื่องจากปัจจุบันเด็กไทย 70% เลือกเรียนสายศิลป์ ซึ่งในอนาคตอาจทำให้จำนวนบุคลากรด้านเทคโนโลยีลดน้อยลง และส่งผลให้ประเทศไทยไม่สามารถตามเทคโนโลยีได้ทัน เกิด Skills and Education Mismatching
4. เตรียมความพร้อม เรื่องผลกระทบจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ เนื่องจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อในระดับสูง หรือผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับ SME หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ โดยอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์จะเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ถือเป็นเรื่องที่จะมีฝั่งที่ได้เปรียบและเสียเปรียบ จึงควรมีแนวทางในการรักษาสมดุล เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาพรวม
อสังหาฯเชียงใหม่เตือนรัฐต้องไม่เอื้อนายทุน-ต่างชาติ
นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ปัจจุบันการจัดตั้งรัฐบาลยังไม่เสร็จสิ้น เราอาจจะยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจน100% แต่ผลดังกล่าว เราจะได้เห็นนักลงทุนต่างชาติมาลงทุนในภาคอสังหาฯในประเทศเรามากขึ้น เนื่องด้วยความเชื่อมั่นที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยความเป็นประชาธิปไตยเต็มใบที่ชาวต่างชาติให้การยอมรับ และถ้าหากเป็นไปตามสถานการณ์
"แนวโน้มการลงทุนจากต่างประเทศน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น และที่สำคัญเราต้องรอดูตัวนโยบายใหม่ของกระทรวงการคลังว่า จะช่วยหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างไรบ้าง และทิศทางดอกเบี้ยจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าหากสถานการณ์โดยรวมเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้เลือกตั้งทิศทางต่างๆ น่าจะดีขึ้น เพราะประเทศของเรากำลังจะเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ"
นอกจากนี้ เรื่องที่จะให้ต่างชาติเข้ามาครอบครองที่ดินนั้น แน่นอนว่าผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์โดยตรง คือ ภาคอสังหาฯในการระบายสต๊อกที่เหลือขาย แต่ในขณะเดียวกันเราไม่มีทางรู้ว่า นโยบายนี้ จะเป็นดาบสองคมหรือไม่ เช่นการก่อให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากร ที่ในขณะนี้หลายประเทศประสบอยู่
ดังนั้น รัฐบาล(ชุดใหม่) ต้องออกนโยบายมาตรการเพิ่มเติมเข้ามาควบคุม เช่น (1) มาตรการชั่วคราว 3 ปี หรือ 5 ปี ไม่ใช่นโยบายถาวร ต้องกำหนดราคาอสังหาฯขั้นต่ำที่ถือครองได้ เช่น ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท เพื่อไม่ให้กระทบกับตลาดที่พักอาศัยของประชาชนทั่วไป (2) ต้องจำกัดการถือครองในแต่ละอาคาร/โครงการ เช่น 70% ของอาคารชุด หรือ 49% ของโครงการบ้านจัดสรร และดำเนินการหากพบว่ามีการใช้นอมินีโดยเข้มงวด (3) ต้อง กำหนดระยะเวลาถือครองขั้นต่ำ เพื่อลดการเก็งกำไร เช่น เมื่อ ซื้อแล้วต้องถือครองไม่ต่ำกว่า 5 ปี และขายต่อเปลี่ยนมือได้กับ คนไทยเท่านั้น
(4) นอกจากนี้ นโยบายเร่งด่วนกว่าที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ ก็คือ การจัดทำนโยบายให้คนรายได้กลาง-น้อย สามารถเข้าถึงบ้านและที่อยู่อาศัยในราคาที่เข้าถึงได้ ไม่ใช่มุ่งเป้าคิดนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุน-ต่างชาติ เพียงอย่างเดียว โดยหากเป็นไปตามที่ทางพรรคเคยกล่าวไว้ ผมมีความเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถดึงนักลงทุนต่างประเทศ และในขณะเดียวกันยังสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อและผู้อยู่อาศัยในประเทศเราได้
...และจากนี้ไป เราคงต้องรอดูสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลอย่างใจจดใจจ่อ เหมือนกับทุกภาคส่วน ณ ขณะนี้เช่นกัน ก็หวังให้ทุกอย่างราบรื่นและตั้งรัฐบาลได้โดยเร็ว โดยมุ่งสู่เป้าหมายการขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นผลดีต่อประเทศไทย ไม่สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย เป็นต้น .
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ค่าแรงก็อยากให้ปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า มิเช่นนั้นจะเกิดภาวะเงินเฟ้อสุดท้ายภาระจะกระทบกับทุกคน
นายอิสระ บุญยัง อยากฝากรัฐบาลชุดใหม่ คำนึงถึงเรื่องการใช้เงินการเบิกจ่ายงบประมาณฯ และการขับเคลื่อนการเงินภาคเอกชน
นายสิทธิพร สุวรรณสุต อยากให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งแก้ปัญหาและปราบ 'คอร์รัปชัน' ในวงการราชการโดยเฉพาะผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย
นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม แผนการพัฒนา EEC ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ แนวโน้มการลงทุนจากต่างประเทศน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นและที่สำคัญเราต้องรอดูตัวนโยบายใหม่ของกระทรวงการคลังว่า จะช่วยหลือภาคอสังหาฯได้อย่างไรบ้าง
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ
