แนะรัฐเร่งช่วยก่อนถูกฟ้อง
Loading

แนะรัฐเร่งช่วยก่อนถูกฟ้อง

วันที่ : 25 พฤศจิกายน 2568
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์พบว่า มีที่อยู่อาศัยที่ถูกยึดและขายทอดตลาด 67,641 หน่วย รวมมูลค่ากว่า 120,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 210.1% ส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยราคาไม่ถึง 1 ล้าน เนื่องจากลูกหนี้กลุ่มนี้ขาดความสามารถผ่อนต่อ หลังดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
    ผวาหนี้บ้านถูกยึดพุ่ง 210% มูลค่า 1.2 แสนล้าน

    น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมไทย ไตรมาส 3/2568 ว่า แม้สถานการณ์หนี้สินครัวเรือนไตรมาส 2 ปี 2568 ที่มีมูลค่า 16.31 ล้านล้านบาท ปรับลดลงมาอยู่ที่ 86.8% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จาก 87.1% ต่อจีดีพีของไตรมาส 1 ตามการหดตัวของสินเชื่อสถาบันการเงิน แต่จากการติดตามข้อมูลของ สศช.พบว่า ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้บ้านก่อนเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี ปัจจุบันมีแนวโน้มที่อยู่อาศัยที่ถูกยึดและขายทอดตลาดเพิ่มขึ้น จึงเร่งรัดให้ไกล่เกลี่ยหนี้ทั้งก่อนหรือหลัง

    โดยข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ พบว่า มีที่อยู่อาศัยที่ถูกยึดและขายทอดตลาด 67,641 หน่วย รวมมูลค่ากว่า 120,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 210.1% ส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยราคาไม่ถึง 1 ล้าน เนื่องจากลูกหนี้กลุ่มนี้ขาดความสามารถผ่อนต่อ หลังดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และกลุ่มนี้ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการรีไฟแนนซ์เพื่อลดดอกเบี้ย และจากการศึกษาของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า 1 ใน 3 ของลูกหนี้ในคดียึดทรัพย์ยังคงติดอยู่ในวงจรหนี้ แม้ทรัพย์สินจะถูกขายทอดตลาด อาจถูกยึดทรัพย์ หรืออายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม จึงต้องเร่งช่วยเหลือลูกหนี้ก่อนเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี เพื่อลดผลกระทบจากการสูญเสียที่อยู่อาศัย
    
    นอกจากนี้ รัฐบาลต้องส่งเสริมการเข้าถึงมาตรการสินเชื่อของครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อให้ลูกหนี้ได้รับการช่วยเหลือทันท่วงทีและลดการไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ รวมทั้งประชาสัมพันธ์และติดตามโครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" ที่ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) รับซื้อหนี้เสียลูกหนี้รายละไม่เกิน 100,000 บาท นำมาปรับโครงสร้างหนี้อย่างผ่อนปรน"สศช.ได้ประมาณการผลกระทบน้ำท่วมไว้ 3 กรณี คือ กรณีผลกระทบน้อยสุดจะมีความเสียหาย 18,000 ล้านบาทกระทบ 0.1% ของจีดีพี กรณีฐานเสียหาย 23,000 ล้านบาท กระทบ 0.13% ของจีดีพี และกรณีเสียหายมากสุด 29,000 ล้านบาท กระทบ 0.16% ของจีดีพีโดยขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาด้วย"
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ