จับตาดีมานด์บ้านราคาต่ำ 3 ล้าน สวนทางกับดัก'สินเชื่อ-กำลังซื้อ'
วันที่ : 9 มกราคม 2569
สมาคมอาคารชุดไทย ประเมินว่าปัจจัยที่ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท "หดตัว" รุนแรงเกิดจากปัจจัยด้านความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของธนาคารและมียอด Rejection Rate สูง รวมถึงกำลังซื้อผู้บริโภคระดับกลางและล่างได้รับผลกระทบจากภาวะหนี้ครัวเรือนสูง และประมาณการจีดีพีของปี 2568 ขยายตัวต่ำ 1-2% ไม่เอื้อต่อการตัดสินใจสร้างหนี้ระยะยาว
"ดีมานด์" บ้านไม่แผ่วแม้มีปัญหา กับดักการปฏิเสธสินเชื่อ สะท้อนจาก "บ้านเพื่อคนไทย" ลงทะเบียนทะลุ 2.6 แสนราย แต่โครงการไม่ได้ไปต่อ ด้านพรรคการเมืองหาเสียงการเข้าถึงกรรมสิทธิ์บ้าน รฟท.เผยยังมีแผนใช้ที่ดินรถไฟจัดทำที่อยู่ให้ประชาชน
ถึงแม้การเข้าถึงบ้านในช่วงที่ผ่านมาจะมีปัญหายอดปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) อยู่ใน ระดับสูง โดยแต่ช่วงที่ผ่านมามีปัญหาการขอสินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ภาพรวมสินเชื่อระบบสถาบันการเงินยังอยู่ในทิศทาง ชะลอตัวต่อเนื่อง จากล่าสุดเดือน ต.ค.2568 ติดลบ 5% และปี 2568 จะหดตัวอยู่ที่ 2.3% และการหดตัวจะมีต่อเนื่องถึงปี 2569 ที่คาดหดตัว 3%
ทั้งนี้ สินเชื่อที่กำลังหดตัวรุนแรงอยู่ในกลุ่ม ที่เกี่ยวกับสินค้ามูลค่าสูง เช่น บ้าน รถยนต์ เนื่องจากผู้บริโภคไม่มีอำนาจซื้อ ทำให้ภาพสินเชื่อรายย่อยคาดว่าจะหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
ในขณะที่ สมาคมอาคารชุดไทย ประเมินว่าปัจจัยที่ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท "หดตัว" รุนแรงเกิดจากปัจจัยด้านความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของธนาคารและมียอด Rejection Rate สูง รวมถึงกำลังซื้อผู้บริโภคระดับกลางและล่างได้รับผลกระทบจากภาวะหนี้ครัวเรือนสูง และประมาณการจีดีพีของปี 2568 ขยายตัวต่ำ 1-2% ไม่เอื้อต่อการตัดสินใจสร้างหนี้ระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีปัญหากำลังซื้อและปัญหาด้านสินเชื่อ แต่เมื่อพิจารณาความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่
ในขณะที่หลายพรรคการเมืองได้หาเสียง ผ่านนโยบายการเข้าถึงกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยโดย คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย ได้รายงานถึงนโยบายของพรรคการเมือง ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่อยู่อาศัย ประกอบด้วย
1.พรรคประชาชนออกแบบนโยบายให้เชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกัน ครอบคลุมตั้งแต่ผู้เช่า ผู้ซื้อบ้านหลังแรก ไปจนถึงตลาดสินเชื่อ เช่น ความร่วมมือกับภาคเอกชนพัฒนาโครงการเช่าก่อนซื้อ 50,000 ยูนิต ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยมีการแก้จุดอ่อนของผู้ไม่มีสลิปเงินเดือนที่มีผลต่อการขอสินเชื่อ
รวมถึงสินเชื่อพิเศษเฉพาะกลุ่มสำหรับผู้ไม่เคยมีบ้านมาก่อนในกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ครอบคลุมกว่า 350,000 ยูนิต และสินเชื่อปรับปรุงทรัพย์จากกรมบังคับคดี วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท
2.พรรคเพื่อไทย ถึงแม้ไม่มีนโยบายด้านการเข้าถึงที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะ แต่ที่ผ่านมา มีความพยายามผลักดันโครงการบ้านเพื่อคนไทย และการเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก.เป็นโฉนด ขณะที่การหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้นโยบายอสังหาริมทรัพย์ไม่ถูกวางเป็นแกนหลัก แต่เชื่อมโยงผ่านการลดภาระและฟื้นกำลังซื้อ รวมถึงนโยบายล้าง-พักหนี้ ครอบคลุมลูกหนี้ รายย่อย เกษตรกร และผู้สูงอายุในมิติที่อยู่อาศัยโดยตรง
"บ้านเพื่อคนไทย"สะท้อนดีมานด์ไม่แผ่ว
รายงานข่าวจาก กระทรวงคมนาคม ระบุว่า โครงการบ้านที่อยู่อาศัยยังคงมีความต้องการอยู่มาก โดยดูได้จากโครงการบ้านเพื่อคนไทยได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างล้นหลาม ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถดำเนินการได้เพราะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและข้อกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์อิงสิทธิ
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากความสนใจของประชาชนที่ลงทะเบียนทางออนไลน์เพื่อแสดงความประสงค์ที่อยู่อาศัยของโครงการบ้านเพื่อคนไทยที่เปิดลงทะเบียนเมื่อวันที่ 17 ม.ค.2568 เปิดลงทะเบียนเพียง 1 ชั่วโมง
รวมทั้งมีประชาชนเข้าระบบเพื่อรอยื่นความจำนงเป็นเจ้าของบ้านเพื่อคนไทยมากถึง 12 ล้านคน และตลอดทั้งวันมากกว่า 20 ล้านคน รวมทั้งมีประชาชนเดินทางมายังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อเข้าชมบ้านตัวอย่างมากกว่า 2,000 คน
รวมทั้งหลังจากนั้นประกาศปิดรับลงทะเบียนวันที่ 11 เม.ย.2568 พบยอดผู้ลงทะเบียนแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการสำเร็จมากกว่า 260,000 คน และมี ผู้ลงทะเบียนผ่านขั้นตอน Pre-approve โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มากกว่า 160,000 คน
ถึงแม้ว่าโครงการดังกล่าวกำหนดเงื่อนไข อาทิ ผู้ซื้อสิทธิ 1 ท่าน มีสิทธิจองอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างได้ 1 หน่วย ต่อ 1 โครงการเท่านั้น รวมทั้งห้ามโอนสิทธิในโครงการบ้านเพื่อคนไทยภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันจดทะเบียนสิทธิ และผ่อนขั้นต่ำ เดือนละ 4,000 บาท
นอกจากนี้ โครงการบ้านเพื่อคนไทยกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ภายหลังเปิดลงทะเบียนราว 4 เดือน SRTA ได้ร่วมกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กำหนดหลักเกณฑ์ในการจับสลาก โดยรูปแบบการจับฉลากจะได้รับการออกแบบจาก กองสลากฯ เอง ซึ่งผู้ลงทะเบียนจะต้อง ได้รับการประสานจาก ธอส. ได้รับเลขรหัสการลงทะเบียน ก่อนเข้าร่วมการจับสลาก
สำหรับโครงการบ้านเพื่อคนไทยผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2568 นำร่องระยะที่ 1 จำนวน 4 พื้นที่ โดยไทม์ไลน์เดิมรัฐบาลมีกำหนดจะจับสลากผู้ที่ได้รับสิทธิเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในเดือน พ.ย.2568 แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทำให้โครงการต้องหยุดชะงัก เพราะยังไม่สามารถเสนอนำ ผลการศึกษาเข้าสู่ที่ประชุม ครม.พิจารณาได้
รฟท.ยังมีแผนจัดทำที่อยู่ให้ประชาชน
รายงานข่าวจาก การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระบุว่า รฟท.ยังมีแผนพัฒนาที่ดิน รฟท.เพื่อจัดทำที่อยู่อาศัยให้ประชาชน โดยก่อนหน้านี้มีโครงการ "บ้านเพื่อคนไทย" ที่รัฐบาลต้องการพัฒนานำร่องในพื้นที่ศักยภาพ 4 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ (ย่าน กม.11 และธนบุรี) ปทุมธานี (เชียงราก) และเชียงใหม่
ทั้งนี้ ยังคงบรรจุอยู่ในแผนงานของ SRTA ที่จะศึกษาพัฒนาพื้นที่ศักยภาพดังกล่าวให้เป็นโครงการที่อยู่อาศัย เนื่องจากเป็นแปลงที่ดินที่ติดกับสถานีรถไฟ และระบบขนส่งสาธารณะ
รวมทั้ง รฟท.อนุมัติให้บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (อทส.) หรือ SRTA เช่าที่ดิน 10 แปลงใหญ่ ที่มีมูลค่าทรัพย์สิน เกินกว่า 500 ล้านบาทขึ้นไปทั่วประเทศ เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงพาณิชย์ และสร้างรายได้ให้แก่ รฟท. ซึ่งจะเริ่มดำเนินการ ในปี 2569 อาทิ
พื้นที่บางซื่อ แปลง E1 (ที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่) ขนาดพื้นที่ประมาณ 21 ไร่ 0 งาน 33.6 ตารางวา และบริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน (เซ็นทรัลลาดพร้าว) ขนาดพื้นที่รวม (ตามขอบเขตใช้ประโยชน์จริง) ประมาณ 46 ไร่ 2 งาน 73.31 ตารางวา
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ
