'คีรี' - ธอส. ปั้นโปรเจกต์ยักษ์ เปิด 'บ้านชาวไทย' แสนล้าน ราคาต่ำกว่าตลาด 30% เจาะกลุ่มเป้าหมาย Gen Yget_app Source - ข่าวหุ้น
Loading

'คีรี' - ธอส. ปั้นโปรเจกต์ยักษ์ เปิด 'บ้านชาวไทย' แสนล้าน ราคาต่ำกว่าตลาด 30% เจาะกลุ่มเป้าหมาย Gen Y

วันที่ : 20 มกราคม 2569
“คีรี” ผุดโครงการอสังหาฯ ใหญ่บึบ “บ้านชาวไทย” มูลค่าแสนล้านบาท ประเดิมเฟสแรกคอนโดมิเนียม 2 โครงการ เกือบ 2 หมื่นยูนิต ปักหมุดที่ศรีนครินทร์ 40 ไร่ 4,150 ยูนิต และคลองหลวง 115 ไร่ 7,500 ยูนิต จับมือ ธอส.ปล่อยกู้ ชูจุดเด่นราคาต่ำกว่าตลาด 25-30% เริ่มต้นที่ 1.6 ล้านบาท เน้นกลุ่มเป้าหมาย Gen Y ผู้เริ่มทำงาน รายได้น้อย-ปานกลาง เปิดจองแล้ววันนี้ หากฟีดแบ็กดีเล็งเปิดตัวอีก 1 โครงการช่วง มี.ค. 69
   
   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (19 มกราคม) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ได้เปิดตัวโครงการบ้านชาวไทย โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายผู้ที่เริ่มต้นทำงาน หรือกลุ่ม Gen Y (กลุ่มคนที่เกิดช่วงประมาณปี พ.ศ. 2524-2540) กลุ่มผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง โดย BTS ได้ร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการพิจารณาให้สินเชื่อเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีโอกาสเข้าถึงการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยมากขึ้น

   นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ BTS เปิดเผยว่า BTS ได้ตั้งงบลงทุนโครงการบ้านเพื่อชาวไทย ไว้ที่ 100,000 ล้านบาท โดยเฟสแรก มีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 2 โครงการ คือ โครงการ D:CODE SRI NAKARIN และโครงการ D:CRAFT KHLONG LUANG รวม 11,650 ยูนิต ลักษณะเป็นอาคารที่พักอาศัย 8 ชั้น แบ่งเป็นห้องชุด 3 ขนาดคือ ขนาด 30 ตารางเมตร (ตร.ม.), 45 ตร.ม. และขนาด 60 ตร.ม.ในคอนเซ็ปต์ Smart Condo & Smart Security

   สำหรับโครงการ D:CODE SRI NAKARIN มีพื้นที่ 40 ไร่ มีจำนวนอาคารไม่เกิน 24 อาคาร จำนวนห้องชุด 4,150 ยูนิต โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) สถานีศรีเอี่ยมเพียง 300 เมตร มีเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมเงื่อนไขพิเศษ ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องชำระเงินก้อนแรกสำหรับการวางเงินดาวน์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน และลดภาระในการเริ่มต้นเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย

   ปัจจุบันโครงการ D:CODE SRI NAKARIN อยู่ระหว่างการขอรับใบอนุญาตและการอนุมัติที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร และการพิจารณาให้ความเห็นชอบการประเมินผลกระทบและมาตรการแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยคาดว่าจะเริ่มทยอยก่อสร้างได้ประมาณเดือนกันยายน 2569 แล้วเสร็จประมาณปลายเดือนธันวาคม 2571 มีราคาเริ่มต้น ขนาดห้อง 30 ตร.ม. ที่ 1.89 ล้านบาท, ขนาด 45 ตร.ม. ที่ 2.85 ล้านบาท และขนาด 60 ตร.ม.ที่ 3.78 ล้านบาท

   ส่วนโครงการ D:CRAFT KHLONG LUANG มีพื้นที่ 115 ไร่ ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จำนวนอาคารไม่เกิน 60 อาคาร จำนวนห้องชุด 7,500 ยูนิต จะเป็นโครงการในอนาคต มีราคาเริ่มต้น ขนาดห้อง 30 ตร.ม.ที่ 1.6 ล้านบาท, ขนาด 45 ตร.ม.ที่ 2.4 ล้านบาท และขนาด 60 ตร.ม.ที่ 3.2 ล้านบาท โดยทั้ง 2 โครงการ ได้เปิดจองแล้วผ่าน www.baan-chaothai.com และคาดว่างานก่อสร้างจะแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่อาศัยได้ภายใน 2-2 ปีครึ่งจากนี้

   “โครงการบ้านชาวไทย เป็นการกลับมาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของ BTS ในรอบ 30 ปี โดย 2 โครงการแรกมีจุดเด่นคือราคาต่ำกว่าตลาดในพื้นที่ 25-30% อัตราผ่อนที่ไม่ต่างกับค่าเช่า แต่เราได้เป็นเจ้าของ โดยค่าผ่อนจะเริ่มต้นประมาณ 6,000-7,000 บาทต่อเดือน และไม่มีเงินดาวน์ โดยเราจำกัดจอง 1 คน 1 ยูนิตเท่านั้น หากมีการจองล้นจำนวนยูนิต เราจะใช้วิธีจับฉลากเพื่อความโปร่งใส ถามว่าหากเกิดมีการซื้อเพื่อเก็งกำไร หรือมีชาวต่างชาติสนใจมาซื้อจะทำอย่างไร เราก็คงห้ามไม่ได้ เพียงแต่เป้าหมายเราที่พัฒนาโครงการเหล่านี้ขึ้นมาก็เพื่อคนไทยที่กำลังเข้าสู่วัยทำงานที่อาจมีข้อจำกัดด้านรายได้ หรือการเข้าถึงสินเชื่อ เช่น คนที่ทำอาชีพอิสระ ซึ่งธอส.จะเป็นธนาคารหลักที่ดูแลเรื่องเงินกู้ แต่หากใครจะกู้ธนาคารรายอื่นก็ได้เช่นกัน” นายคีรี  กล่าว

   นายคีรี  กล่าวต่อว่า BTS ยังมีแผนลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี กาญจนบุรี นครราชสีมา ซึ่งที่ดินที่ลงทุนส่วนใหญ่เป็นของ BTS แต่หากมีเจ้าของที่ดินรายใดสนใจอยากร่วมลงทุนกับ BTS ก็พร้อมเจรจากับทุกราย แต่จะเริ่มการพัฒนาโครงการอื่น ๆ อีกเมื่อใดนั้น ต้องขอรอดูผลตอบรับ 2 โครงการแรกนี้ก่อน

   ขณะเดียวกัน ยืนยันว่าแม้จะเป็นมูลค่าการลงทุนสูง 1 แสนล้านบาท แต่ไม่กระทบต่อสถานะการเงินของ BTS ในปัจจุบัน เพราะหลังจากได้รับการชำระหนี้ค่าเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 จากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ครบแล้ว รวมกว่า 3.64 หมื่นล้านบาท BTS มีกระแสเงินสดที่ดีอยู่ที่หลักหมื่นล้านบาท และไม่มีภาระหนี้ จึงสามารถนำมาต่อยอดการลงทุนได้ โดยยังไม่มีแผนกู้เงินจากสถาบันการเงินหรือออกหุ้นกู้แต่อย่างใด

   อย่างไรก็ตามแม้ BTS จะมีแผนลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่องจากนี้ แต่ยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบรางยังคงเป็นธุรกิจหลักของ BTS แน่นอน

 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ