อสังหาฯ ผ่านจุดต่ำสุดแต่ฟื้นช้า เน้นสภาพคล่องรอจังหวะลงทุน
วันที่ : 5 กุมภาพันธ์ 2569
ศุภาลัยกล่าวว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผ่านพ้นจุดต่ำสุดในปี 2568 แล้ว แต่การฟื้นตัวในปี 2569 ยังเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากแรงกดดัน 3 ปัจจัยเชิงโครงสร้าง ได้แก่ กำลังซื้อกลุ่มเรียลดีมานด์ถดถอย พฤติกรรมเช่าแทนซื้อของคนรุ่นใหม่ และความต้องการซื้อจากชาวต่างชาติที่ชะลอลง
กลุ่มธุรกิจเกียรตินาคินภัทร (KKP)-บมจ.ศุภาลัย (SPALI) ประเมินภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ปี 69 ยังเผชิญความท้าทาย แม้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แต่โครงสร้างตลาดเปลี่ยน รายใหญ่ได้เปรียบ แนะผู้ประกอบการเน้นบริหารสภาพคล่อง ลดภาระหนี้ และหลีกเลี่ยงการลงทุนในกลุ่มออฟฟิศ โรงแรมขนาดเล็ก และที่ดินว่างเปล่า
กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ระบุว่า KKP ได้จัดงานสัมมนาประจำปี KKP Year Ahead 2026 ในการเผยทิศทางอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 พร้อมกลยุทธ์รับมือสำหรับผู้ประกอบการ ร่วมแบ่งปันมุมมองว่าภาคอสังหาฯ ไทยได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดในปี 2568 แต่การฟื้นตัวยังเป็นไปอย่างเปราะบางจากปัจจัยกดดันเชิงโครงสร้าง มองเทรนด์รายใหญ่กินรวบตลาดคอนโดฯ พร้อมเตือนเลี่ยงลงทุนกลุ่มออฟฟิศและที่ดินว่างเปล่า
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI กล่าวว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2568 แต่การฟื้นตัวในปี 2569 จะไม่โฉบเฉี่ยวหรือรวดเร็วอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง เนื่องจากต้องเผชิญกับ 3 ปัจจัยเชิงโครงสร้างสำคัญ ได้แก่ 1. กำลังซื้อหลักถดถอย โดยกลุ่มประชากรช่วงอายุ 26-45 ปี ซึ่งเป็น Real Demand หลักในการซื้อบ้านมีจำนวนและกำลังซื้อลดลง 2. พฤติกรรม "เช่าแทนซื้อ" คนรุ่นใหม่มีค่านิยมเลือกการเช่าอยู่อาศัยมากกว่าการตัดสินใจซื้อขาดในระยะยาว 3. วัฏจักรขาลงจากต่างชาติ ความต้องการซื้อจากชาวต่างชาติลดน้อยลง
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีความตึงตัว กับดักสินเชื่อเข้มงวด กระทบตลาดล่าง 3 ล้านบาท อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือความเปลี่ยนแปลงของภาคธนาคาร ปัจจุบันสถาบันการเงินมีมาตรการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดและเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ทำให้เกิดการแย่งชิงลูกค้าในกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ที่ประสบปัญหาความยากลำบากในการขออนุมัติสินเชื่อมากกว่ากลุ่มอื่น
กลยุทธ์ปี 2569 แนะนำให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินเป็นอันดับแรก โดยควรมุ่งเน้นการรักษาความสามารถในการบริหารกระแสเงินสดเพื่อให้มีสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง ควบคู่ไปกับการควบคุมภาระหนี้สินไม่ให้มากเกินไป เพื่อสร้างความได้เปรียบในการรอจังหวะเข้าซื้อที่ดินคุณภาพดีในต้นทุนที่ถูกลงเมื่อโอกาสเอื้ออำนวยในอนาคต พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทสำนักงาน เนื่องจากยังเผชิญกับภาวะอุปทานล้นตลาด รวมถึงกลุ่มโรงแรมขนาดเล็กและที่ดินว่างเปล่า
กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ระบุว่า KKP ได้จัดงานสัมมนาประจำปี KKP Year Ahead 2026 ในการเผยทิศทางอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 พร้อมกลยุทธ์รับมือสำหรับผู้ประกอบการ ร่วมแบ่งปันมุมมองว่าภาคอสังหาฯ ไทยได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดในปี 2568 แต่การฟื้นตัวยังเป็นไปอย่างเปราะบางจากปัจจัยกดดันเชิงโครงสร้าง มองเทรนด์รายใหญ่กินรวบตลาดคอนโดฯ พร้อมเตือนเลี่ยงลงทุนกลุ่มออฟฟิศและที่ดินว่างเปล่า
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI กล่าวว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2568 แต่การฟื้นตัวในปี 2569 จะไม่โฉบเฉี่ยวหรือรวดเร็วอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง เนื่องจากต้องเผชิญกับ 3 ปัจจัยเชิงโครงสร้างสำคัญ ได้แก่ 1. กำลังซื้อหลักถดถอย โดยกลุ่มประชากรช่วงอายุ 26-45 ปี ซึ่งเป็น Real Demand หลักในการซื้อบ้านมีจำนวนและกำลังซื้อลดลง 2. พฤติกรรม "เช่าแทนซื้อ" คนรุ่นใหม่มีค่านิยมเลือกการเช่าอยู่อาศัยมากกว่าการตัดสินใจซื้อขาดในระยะยาว 3. วัฏจักรขาลงจากต่างชาติ ความต้องการซื้อจากชาวต่างชาติลดน้อยลง
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีความตึงตัว กับดักสินเชื่อเข้มงวด กระทบตลาดล่าง 3 ล้านบาท อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือความเปลี่ยนแปลงของภาคธนาคาร ปัจจุบันสถาบันการเงินมีมาตรการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดและเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ทำให้เกิดการแย่งชิงลูกค้าในกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ที่ประสบปัญหาความยากลำบากในการขออนุมัติสินเชื่อมากกว่ากลุ่มอื่น
กลยุทธ์ปี 2569 แนะนำให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินเป็นอันดับแรก โดยควรมุ่งเน้นการรักษาความสามารถในการบริหารกระแสเงินสดเพื่อให้มีสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง ควบคู่ไปกับการควบคุมภาระหนี้สินไม่ให้มากเกินไป เพื่อสร้างความได้เปรียบในการรอจังหวะเข้าซื้อที่ดินคุณภาพดีในต้นทุนที่ถูกลงเมื่อโอกาสเอื้ออำนวยในอนาคต พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทสำนักงาน เนื่องจากยังเผชิญกับภาวะอุปทานล้นตลาด รวมถึงกลุ่มโรงแรมขนาดเล็กและที่ดินว่างเปล่า
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ