Q2อสังหาฯ "สมุย-พะงัน" ต่างชาติหนุนดีมานด์พุ่ง
Loading

Q2อสังหาฯ "สมุย-พะงัน" ต่างชาติหนุนดีมานด์พุ่ง

วันที่ : 21 เมษายน 2569
เกาะสมุย–เกาะพะงัน ปี 2569 ยังเติบโตต่อเนื่องจากแรงหนุนท่องเที่ยวและเงินลงทุนต่างชาติ แต่การลงทุนต้องคัดเลือกมากขึ้น ไม่ใช่ตลาดที่ “ซื้ออะไรก็ได้กำไร” โดยเน้นสินทรัพย์คุณภาพเพื่อผลตอบแทนระยะยาว
    วิลล่าหรู-ที่ดินวิวทะเลดาวเด่น นักลงทุนเร่งคัดสินทรัพย์คุณภาพเสิร์ฟ

   
สุราษฎร์ธานี - ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างเกาะสมุยและเกาะพะงัน ส่งสัญญาณคึกคักต่อเนื่องในไตรมาส 2 ปี 2569 ทุนไทย-ต่างชาติ ทยอยเปิดโครงการ สวนทางภาพรวมตลาดอสังหาฯ ไทยที่ยังฟืนตัวช้า โดยแรงขับเคลื่อนหลักยังมาจากกำลังซื้อของชาวต่างชาติและกลุ่มนักลงทุนระยะยาวที่มองหาโอกาสในทำเลท่องเที่ยวศักยภาพสูง

    สถานการณ์การธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ เกาะสมุย และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ นับว่าเป็นพื้นที่ที่น่าจับตามอง แม้ว่าหลายธุรกิจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การปรับราคาน้ำมัน จนส่งผลกระทบไปทั่ว แต่ถ้าหันมามองธุรกิจอสังหาในพื้นที่ พบว่าอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่เกาะสมุย ยังคงเป็นที่ต้องการ โดย "ตลาดหลัก" ที่ได้รับความสนใจสูง จะอยู่ในกลุ่มวิลล่าหรูและพูลวิลล่าสำหรับปล่อยเช่าระยะสั้น เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่ยังมีการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากยุโรป รัสเซีย และจีน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่ายังอยู่ในระดับน่าพอใจเฉลี่ย 6-10% ต่อปี

    ขณะเดียวกัน การเข้ามาของผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ซัปพลายใหม่ในเกาะสมุยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นับเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบกว่าทศวรรษ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของพื้นที่ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเริ่มเห็นสัญญาณ "ซัปพลายล้นบางทำเล" โดยเฉพาะโซนยอดนิยม เช่น เฉวง บ่อผุด และละไม เริ่มมีจำนวนมาก ทำให้นักลงทุนจำเป็นต้องคัดเลือกโครงการที่มีจุดขายชัดเจนและสามารถแข่งขันได้จริงในตลาดเช่า

    ด้านเกาะพะงัน แม้จะมีขนาดตลาดเล็กกว่า แต่ กำลังถูกจับตามองในฐานะ "ดาวรุ่ง" ของการลงทุนอสังหาฯ โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนเฉพาะทาง เช่น กลุ่ม Digital Nomad, Wellness และ Retreat ซึ่งมองหาพื้นที่ที่มีความเป็นธรรมชาติและความสงบสูง ส่งผลให้โครงการประเภทบูติกวิลล่า รีสอร์ตขนาดเล็ก และพื้นที่เพื่อการลงทุนระยะยาวเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

    อย่างไรก็ดี ตลาดพะงันยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานและสภาพคล่อง ทำให้การซื้อขายยังไม่คึกคักเท่าสมุย และมีความเสี่ยงสูงกว่า เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์และสามารถถือครองระยะยาวได้

    สรุปได้ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ "สมุย-พะงัน" ในปี 2569 ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้นจากแรงหนุนภาคท่องเที่ยว และเงินลงทุนต่างชาติ แต่ไม่ใช่ตลาดที่ "ซื้ออะไรก็ได้กำไร" อีกต่อไป เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนต้องใช้ ความระมัดระวังและเลือกสินทรัพย์คุณภาพเพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว.

    นักวิเคราะห์ประเมินว่า แนวโน้มในไตรมาส 2/2569 ตลาดอสังหาฯ ในพื้นที่เกาะยังคง "เติบโตแบบเลือกข้าง" กล่าวคือ สินทรัพย์ระดับบนและโครงการที่ตอบโจทย์กลุ่มต่างชาติจะยังคงไปต่อได้ดี ขณะที่สินทรัพย์ทั่วไปหรือไม่มีจุดเด่นอาจเผชิญแรงกดดันด้านราคาและระยะเวลาขาย

    ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนในช่วงเวลานี้ควรมุ่งเน้นไปที่สินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดได้จริง เช่น วิลล่า ปล่อยเช่า ในทำเลท่องเที่ยวหลัก หรือการเข้าซื้อที่ดินศักยภาพเพื่อรอการ พัฒนาในอนาคต โดยต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้พัฒนาโครงการและข้อกฎหมายการถือครองอย่างรอบคอบ

    สำหรับการลงทุนในพื้นที่ "สมุย ปี 2569" พบมีนักลงทุนทั้งชาวไทย-ต่างชาติ แห่ผุดวิลล่าหรู-คอนโด รับต่าง ชาติบูม คัดของจริงลุยตลาดบน หลังดีมานด์ต่างชาติยังทะลักต่อเนื่อง ดันให้ผู้พัฒนาโครงการทั้งไทยและต่างชาติเร่งตัวโปรเจกต์ใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มวิลล่าหรู และคอนโดโลว์ไรส์ที่ตอบโจทย์นักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก

    อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า ปี 2569 มีโครงการใหม่ระดับพันล้าน ซึ่งเกิดต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ที่เปิดตัวไปแล้วกว่า 20 โครงการ สะท้อนตลาดที่ร้อนแรงสุดในรอบกว่า 10-15 ปี โดยโครงการที่เป็น กลุ่มทุนไทย มีหลายโครงการที่มีการเปิดตัว เช่น "อรสิริน โฮลดิ้ง (ORN)" เปิด 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวมประมาณ 2,600 ล้านบาท THE ASTRA SAMUI (คอนโด Low-rise) เจาะตลาดต่างชาติ-นักลงทุน เน้นมาตรฐานอาคารเขียว (Green Building) สร้าง Ecosystem (ที่อยู่อาศัย + โรงเรียน นานาชาติ + คอมมูนิตี้มอลล์) เป็นการแสดงให้เห็นว่า "ทุนไทยเริ่มขยับจากเชียงใหม่-ภูเก็ต เข้าสมุยเต็มตัว"

    นอกจากนั้น ในส่วนของการลงทุนในพื้นที่เกาะสมุย พบว่า กลุ่ม Developer รายใหญ่เริ่มเข้า เช่น ศุภาลัย มีการลงทุน โครงการบ้านพักตากอากาศ "วิลล่าหรู" ราคา 17-26 ล้านบาท/ยูนิต การก่อสร้างจะมีการจำกัดยูนิต

    ส่วนการลงทุนในกลุ่มวิลล่าหรู ที่เป็นการร่วมทุนระหว่างคนต่างชาติ + Joint Venture ก็มีหลายโครงการ เช่น Samui Grand Park Group เป็นการลงทุนวิลล่าหรู 8 ยูนิต ราคาเริ่ม 14 ล้านบาท โครงการ Samui Grand Park Hill Phase 2 วิลล่า 6 ยูนิต เจาะตลาดบ้านพักตากอากาศ กลุ่มลูกค้าที่ต้องการลงทุนปล่อยเช่า

    นอกจากนั้นการลงทุนบนเกาะสมุย ยังมีในส่วนของ กลุ่ม Luxury Villa ซึ่งกลุ่มนี้มีการลงทุนกระจายทั่วเกาะ ในปี 2569 มีโครงการใหม่จำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการ ที่มีจำนวนยูนิตไม่มาก หรือประมาณ 5-20 ยูนิต ราคา 10-50 ล้านบาท+ส่วนทำเลหลัก อยู่ที่บ่อผุด เฉวง ละไม โดยจุดเด่นของแต่ละโครงการจะต้องมีสระว่ายน้ำส่วนตัวทุกยูนิตวิวทะเล (Sea View) และรองรับปล่อยเช่ารายวัน

    ส่วนการลงทุนในพื้นที่ ขณะที่เกาะพะงันเริ่มมีการพัฒนาโครงการขนาดเล็กตามกระแสไลฟ์สไตล์เฉพาะทาง ซึ่งการลงทุนบนเกาะพะงันเน้นโปรเจกต์ขนาดเล็ก โดยมีต่างชาติคุมเกม ซึ่งในปี 2569 ยังไม่พบว่ามีการลงทุนโครงการใหญ่ในพื้นที่ แต่มีโครงการที่ลงทุนขนาดเล็ก ประเภท Boutique Villa (5-15 ยูนิต) Eco Resort / Wellness Retreat Co-living Space ทำเลหลัก อยู่ที่ศรีธนู-สายโยคะ/Wellness หาดริ้น-ท่องเที่ยว บ้านใต้-บ้านค่ายพัฒนาใหม่

    กลุ่มนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก ประกอบด้วยยุโรป-อิสราเอล-รัสเซีย โดยพัฒนาโครงการในลักษณะ Private Project หรือ Joint Venture เน้น "ทำธุรกิจ + ถือครองระยะยาว".
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ