Pet Friendly โตแรง ดันคอนโดซื้อ-เช่าคึก ผู้พัฒนาเร่งปรับเกมรับดีมานด์
Loading

Pet Friendly โตแรง ดันคอนโดซื้อ-เช่าคึก ผู้พัฒนาเร่งปรับเกมรับดีมานด์

วันที่ : 18 เมษายน 2569
ออริจิ้น เวอร์ติเคิล และ บริทาเนีย เผยเทรนด์ตลาดที่อยู่อาศัย Pet Friendly ชูเทคโนโลยีดูแลสัตว์เลี้ยงเรียลไทม์ รับดีมานด์คนรุ่นใหม่ที่มองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว
   ตลาดที่อยู่อาศัยไทยกำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดขึ้นอีกระลอก เมื่อแนวคิดการพัฒนาโครงการแบบ "Pet Friendly" ไม่ได้เป็นเพียงลูกเล่นทางการตลาด แต่เริ่มกลายเป็นปัจจัยตัดสินใจซื้อและเช่าของผู้บริโภคในเมือง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้สถานะสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว ส่งผลให้ทั้งตลาดคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรต้องเร่งปรับตัวรับดีมานด์ดังกล่าวอย่างจริงจัง

   แรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดนี้มาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ซึ่งมีแนวโน้มชะลอการมีบุตร หรือไม่มีบุตร แต่เลือกเลี้ยงสุนัขและแมวแทน ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยที่สามารถอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้เพิ่มสูงขึ้น ทั้งในมิติของการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และการเช่าเพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิต

   นายอภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทมองเห็นโอกาสจากเทรนด์นี้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Y และ Gen Z ที่มีแนวโน้มไม่มีบุตรหรือชะลอการมีบุตร และหันมาเลี้ยงสุนัขหรือแมวเสมือนลูกแทน ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยซึ่งสามารถเลี้ยงสัตว์ได้เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย เขาระบุว่า ในบางโครงการออริจิ้นพัฒนาเป็นคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้เต็ม 100% ขณะที่บางโครงการใช้โมเดล Mixed Product โดยจัดสัดส่วนยูนิตสำหรับผู้อยู่อาศัยที่เลี้ยงสัตว์ไว้ราว 30% ของทั้งโครงการเพื่อรักษาสมดุลระหว่างคนเลี้ยงและไม่เลี้ยงสัตว์ ปัจจุบันบริษัทมีคอนโดมิเนียมที่เลี้ยงสัตว์ได้รวม 25 โครงการ และในจำนวนนี้มีโครงการที่เปิดรับสัตว์เลี้ยงแบบ 100% ราว 4 โครงการ ที่เหลือเป็นโครงการแบบผสม

   และเมื่อเปรียบเทียบจากความเร็วในการขายพบว่าโครงการ Pet Friendly ขายดีขึ้นเกือบ 50% เทียบกับจังหวะปกติ โดยหนึ่งในแรงหนุนสำคัญมาจากผู้ซื้อที่เคยแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโดทั่วไป และต้องการมีที่อยู่อาศัยที่สามารถอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างเปิดเผย ไม่ต้องหลบซ่อนหรือกังวลเรื่องข้อบังคับของอาคารอีกต่อไป

   โมเดลดังกล่าวสะท้อนว่าตลาด Pet Friendly กำลังขยับจาก "ตลาดเฉพาะกลุ่ม" ไปสู่ "ตลาดย่อยที่มีนัยสำคัญ" ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยนอกจากเรื่องดีมานด์ฝั่งซื้อแล้ว ตลาดเช่ายังเป็นอีกแรงผลักสำคัญของคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ โดยนายอภิสิทธิ์ระบุว่า ห้องชุดกลุ่มนี้สามารถปล่อยเช่าได้ผลตอบแทนสูงกว่าคอนโดทั่วไป โดยมีส่วนต่างผลตอบแทนหรือยีลด์สูงกว่าอย่างน้อยกว่า 2% และหากเทียบค่าเช่าในห้องขนาดใกล้เคียงกัน ห้องปกติที่ปล่อยเช่าได้ราว 10,000 บาทต่อเดือน อาจขยับเป็นราว 12,000 บาทต่อเดือนในตลาด Pet Friendly ได้ สะท้อนว่าที่อยู่อาศัยประเภทนี้ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะผู้อยู่อาศัยจริง แต่ยังกลายเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนที่มีศักยภาพมากขึ้นด้วย

   นอกจากฝั่งคอนโดแล้ว บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ก็ขยับรับกระแสดังกล่าวเช่นกัน ผ่านแนวคิด Pet Community และกลยุทธ์ BRITANIA Care Service ที่มุ่งยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง โดยนายกฤษณ์ เตชะสัมมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริทาเนีย ระบุว่า การออกแบบโครงการยุคใหม่ต้องคิดถึงทั้งคนรักสัตว์และคนที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ไปพร้อมกัน ตั้งแต่การจัดการกลิ่น เสียง พื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึงกิจกรรมสร้างคอมมูนิตี้

   ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า เกมแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยกำลังเปลี่ยนจากการแข่งกันที่ทำเลและราคา ไปสู่การแข่งกันที่ "ความเข้าใจวิถีชีวิต" ของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Pet Family ที่พร้อมจ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ตอบโจทย์ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง

   อีกมิติที่ช่วยเร่งการเติบโตของตลาดนี้ คือการเติมเทคโนโลยีเข้าไปในประสบการณ์อยู่อาศัย ผ่านความร่วมมือระหว่างออริจิ้น เวอร์ติเคิลบริทาเนีย และทรู คอร์ปอเรชั่น ที่นำระบบอินเทอร์เน็ตบ้าน อุปกรณ์ติดตามสัตว์เลี้ยง และกล้อง AI สำหรับดูแลสัตว์เลี้ยงแบบเรียลไทม์เข้ามาเชื่อมกับการใช้ชีวิตในโครงการ ซึ่งเป็นการยกระดับจากการเป็นแค่ "คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้" ไปสู่ "ระบบนิเวศการอยู่อาศัยสำหรับคนรักสัตว์"นายอภิสิทธิ์ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า บริษัทต้องการสร้าง Standard of Living ใหม่ ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ "คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้" แต่ต้องร่วมมือกับภาครัฐและพันธมิตรเพื่อขยายขอบเขตความสุขออกไปนอกโครงการ ทั้งในเรื่องสุขภาพสัตว์ พื้นที่สาธารณะ และการพัฒนาเมืองให้เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยงมากขึ้น

   เมื่อพิจารณาจากทั้งฝั่งซื้อ ฝั่งเช่า และการพัฒนาโครงการ จะเห็นว่าเทรนด์ Pet Friendly เริ่มมีองค์ประกอบครบมากขึ้น ทั้งสินค้า บริการ เทคโนโลยี และชุมชน ทำให้ตลาดนี้มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว โดยเฉพาะในเขตเมืองและแนวรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นพื้นที่หลักของคนวัยทำงานรุ่นใหม่

  ดังนั้น Pet Friendly ในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงจุดขายเสริมของโครงการ แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งใน product strategy สำคัญของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องการจับฐานลูกค้าคนเมืองยุคใหม่ให้ได้ทั้งในตลาดซื้อและตลาดเช่า และมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของบางเซ็กเมนต์ในตลาดคอนโดไทยเร็วขึ้นกว่าที่เคยคาดไว้
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ