บิ๊กมูฟ 'เสนา' จากขายบ้าน สู่แพลตฟอร์มขาย 'รถอีวี'
วันที่ : 2 พฤษภาคม 2569
เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ระบุว่า ธุรกิจ New S-Curve มุ่งสู่พลังงานสีเขียวและการเดินทาง โดยต่อยอดจากโซลาร์ในที่อยู่อาศัยสู่ตลาด EV เน้นโซลูชันการเดินทางที่คุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้ายอดขายรถปีนี้ 1,000 คัน จากแรงหนุนกระแสโลกและนโยบายภาครัฐ
ธุรกิจน่านน้ำใหม่กลายเป็น หมุดหมายของผู้ประกอบการ อสังหาฯ ที่ต้องปรับตัวให้อยู่รอด ท่ามกลางเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ล่าสุด "เสนาฯ" ทรานส์ฟอร์มธุรกิจจากผู้พัฒนาที่อยู่อาศัย สู่ Green Lifestyle Platform เชื่อม 3 ธุรกิจหลัก บ้าน-โซลาร์-รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้าง New S-Curve
"เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์" กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด กล่าวว่า พลังงานเป็นต้นทุนหลักในการใช้ชีวิต จากค่าไฟที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าน้ำมันที่ผันผวนจากผลกระทบตะวันออกกลาง ปัจจุบันค่าเดินทางในกรุงเทพฯ คิดเป็น 16% ของเงินเดือน โจทย์ของเสนาฯ ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคลดภาระค่าเดินทาง และเดินทางด้วยพลังงานสะอาด ท่ามกลางวิกฤตพลังงาน
จึงพัฒนา The One Platform แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อที่อยู่อาศัย รถอีวี โซลาร์ และการเงินเข้าด้วยกัน มีบริษัท เงินสดใจดี จำกัด ให้บริการด้านการเงิน และบริษัท เซ็น เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SenX เป็น จิ๊กซอว์สำคัญในการเชื่อมบริการ ทำให้ลูกบ้านเสนาฯ ควบคุมค่าใช้จ่ายรายเดือน และบริหารต้นทุนพลังงานได้มีประสิทธิภาพ และให้บริการลูกค้าทั่วไป ไม่ว่าติดตั้งโซลาร์ ซื้อรถอีวี หรือทางเลือกทางการเงิน
"ธุรกิจ New S-Curve ของเราโต ไปตาม S-Curve ของประเทศ คือเรื่อง กรีนและพลังงาน เสนาฯ เติบโตมาจากการติดตั้งโซลาร์ในบ้าน วันนี้เรากำลังเปิดตลาดเข้ามาธุรกิจการเดินทาง เพราะฉะนั้นรถอีวีไม่ว่าจะยี่ห้อไหนก็ไม่ใช่ End Game ของบริษัท แต่การเดินทางที่ถูกลง คุ้มค่า และกรีนด้วย คือ End Game ของเรา ซึ่งจากกระแสโลกต่าง ๆ และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐทำให้เราตั้งเป้าการขายรถในปีนี้อยู่ที่ 1,000 คัน"
เชื่อมบ้าน-รถ-พลังงาน
การขับเคลื่อนมี 3 แกนธุรกิจที่เชื่อมโยงทั้งหมดไว้ด้วยกัน 1.ธุรกิจที่อยู่อาศัย เน้นพัฒนาโครงการระดับราคา เอื้อมถึง และโซลูชั่นลดอุปสรรคการมีบ้าน อย่างโครงการ LivNex(เช่าออมบ้าน) กับ RentNex (เช่าตรง) โดยในช่วงไตรมาส 2/2569 จะเปิดตัวแคมเปญ "รถแลกบ้าน"เปิดโอกาสให้ลูกค้านำรถยนต์มาเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัย ปรับโครงสร้างภาระทางการเงินให้เหมาะสมกับชีวิตมากขึ้น
2.ธุรกิจพลังงานโซลาร์ SENA Solar Energy ให้บริการมาแล้ว 15 ปี ครอบคลุมทั้งลูกค้าองค์กร (B2B) และรายย่อย (B2C) บริการตั้งแต่ออกแบบติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระบบให้ผู้ใช้งานสามารถผลิตและใช้ไฟฟ้าได้เอง ปัจจุบันติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปแล้วกว่า 1,500 หลังคาเรือน คิดเป็นกำลังการผลิตรวมกว่า 100 เมกะวัตต์
3.ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า SENA Green Automotive ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มตัวกลางของรถอีวีแบบไม่จำกัดแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง และเป็น ผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมนำเสนอ รวมถึงโซลูชั่นทางการเงิน เช่น Trade-in รถเดิม หรือใช้ Home Financing ช่วยลดภาระทางการเงิน ทำให้การเริ่มต้นใช้ EV เป็นเรื่องง่าย
ตั้งเป้าขายอีวี 1,000 คัน
ปัจจุบันจำหน่ายรถอีวี 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ OMODA & JAECOO, LEAPMOTOR และ DEEPAL ในอนาคตจะนำเข้า Xpeng เป็นแบรนด์ที่ 4 เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน ซึ่งเป็นไฮแบรนด์ของจีน จำหน่ายที่โชว์รูมคลอง 11 ตรงข้ามหมู่บ้านเรนวูด ที่มองว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพในการเติบโต New Essence Area
บริษัทมีทุนจดทะเบียน 40 ล้านบาท เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท มีเต็นท์รถที่เป็นพาร์ตเนอร์ 3 แห่ง ได้แก่ พัฒนาการ, คลอง 11 และอ่อนนุช-สุขุมวิท 75 ที่มีทั้งโชว์รูม และศูนย์บริการหลังการขายครบวงจร ครอบคลุมการตรวจเช็กและดูแลแบตเตอรี่ EV แบบครบระบบ ตั้งเป้าปีนี้มียอดขาย 1,000 คัน หรือประมาณ 800 ล้านบาท โดยไตรมาสแรกมีรายได้แล้ว 150 ล้านบาท
"แพลตฟอร์มของ SENA Auto สิ่งที่เราทำถ้าคนซื้อคอนโดฯ คิดว่าการเดินทางไม่ใช่ต้นทุนที่แพงเกินไป เราช่วยคิดเรื่องการซื้อรถได้ แต่ทางกลับกันถ้าคุณมีบ้านเดิม ไม่ได้อยากย้าย มีรถเก่าอยู่ แต่อยากเปลี่ยนเป็นอีวี เราจะมาช่วยคิดว่าทำอย่างไรให้บ้านเดิมกับรถเก่าทำให้คุณสามารถซื้อรถอีวีได้ โดยมีต้นทุนที่ต่ำที่สุด คือเราเป็นตัวกลางในการบริการ Trade in รถ หาคนไว้ใจได้ในการรับซื้อ ผ่านการรับรองของเสนาฯ และการปิดหนี้ ลดความวุ่นวายในการจัดการรถที่ราคาแต่ละรุ่นไม่เท่ากัน"
บ้าน-คอนโดฯ รายได้หลัก
สำหรับโครงสร้างรายได้ของเสนาฯ ในปัจจุบัน แบ่งเป็นรายได้ประจำ 10% รายได้ธุรกิจโซลาร์และรถอีวี 3% และธุรกิจที่อยู่อาศัย 87% โดยรายได้หลักยังมาจากการพัฒนาบ้านและคอนโดฯ ในเป้าหมาย 3 ปี หากยอดขายอสังหาฯ ยังเติบโตได้ดี น่าจะช่วยเพิ่มรายได้ธุรกิจโซลาร์และรถอีวีอยู่ที่ 3-5%
"ธุรกิจอสังหาฯ ช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมายอดขายยังพอไปได้ คาดว่าทั้งปียอดพรีเซลจะเป็นไปตามเป้า ยังไม่มี การปรับลดลง เพราะโครงการที่เปิดตัวปีนี้เปิดขายไปแล้ว มียอดขาย รอรับรู้รายได้ 7,000 ล้านบาท เกือบจะทั้งหมดที่จะรับรู้ภายในปีนี้ แต่ที่น่ากังวลคือ ยอดโอน เพราะไตรมาสที่ผ่านมายอดโอนลดลงเล็กน้อย แม้เดือนมีนาคมขายดี ขณะที่เดือนเมษายนที่ผ่านมายอดโอนสะดุดเยอะกว่าที่ควร" เกษรากล่าว
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ