"CLD" อีกหนึ่งหัวหอก "จิราธิวัฒน์" ถือกว่า100แปลงทั่วไทยรุกอสังหาฯ
Loading

"CLD" อีกหนึ่งหัวหอก "จิราธิวัฒน์" ถือกว่า100แปลงทั่วไทยรุกอสังหาฯ

วันที่ : 15 พฤษภาคม 2569
เปิดเกมรุกของ ซีแอลดี/CLD หัวหอกหลักลุยอสังหาฯ ของจิราธิวัฒน์ ที่โตและขยายตัวแบบเงียบๆ แต่น่ากลัว มีแลนด์แบงก์ทั่วไทยมากกว่า 100 แปลงทำเลศักยภาพ ล่าสุดทุ่ม 730 ล้านบาท เปิดใหม่ 2 โครงการ "ป๊อป ภูเก็ต" และ "ท็อปส์ วงศ์อมาตย์" รับเศรษฐกิจภูเก็ตและพัทยาบูมไม่หยุด
   นายพงศ์ ศกุนตนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (CLD) กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีที่ดินสะสมมากกว่า 100 แปลง ทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และทำเลศักยภาพหลายจังหวัด โดยบางแปลงมีขนาดใหญ่กว่า 300-400 ไร่ รวมถึงแปลงศักยภาพสูงอย่างย่านรังสิตคลอง 4

   ทั้งนี้ บริษัทไม่มีกรอบตายตัวในการลงทุนแต่ละปี โดยจะพิจารณาตามศักยภาพของทำเลและจังหวะตลาด รวมถึงอาจพัฒนาเองหรือร่วมมือกับบริษัทในเครือเซ็นทรัล ขณะที่ปีที่ผ่านมา CLD ใช้งบลงทุนราว 400 ล้านบาท และมีรายได้หลักจากธุรกิจเช่า ทั้งค้าปลีก โรงแรม อาคารสำนักงาน และโรงงาน โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกที่สร้างรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท

   ปัจจุบัน CLD ดูแลโครงการอสังหาริมทรัพย์ ของกลุ่มเซ็นทรัลที่อยู่นอกการบริหารของ CPN และ CRC รวม 11 โครงการ อาทิ Jewelry Trade Center, China World, บ้านสีลม, Porto de Phuket, ตลาดจริงใจ เชียงใหม่ และ Central: The Original Store

   สำหรับปีนี้ บริษัทเปิดตัว 2 โครงการใหม่ เริ่มจาก "POP Phuket" มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท บนพื้นที่รวม 5,490 ตารางเมตร ในย่านเชิงทะเล จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นทำเลที่มีการพัฒนาโครงการลักชัวรีต่อเนื่องกว่า 20,000 ยูนิต และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 18.8% ต่อปี

   นายพงศ์กล่าวว่า ภูเก็ตยังเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของกลุ่ม โดยเฉพาะย่านเชิงทะเลฝั่งตะวันตกที่มีชาวต่างชาติพักอาศัยสูงถึง 80% จึงพัฒนา POP Phuket ให้เป็น "Life Ecosystem" รองรับทั้งร้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ และกิจกรรมสำหรับครอบครัว

   โครงการดังกล่าวถือเป็นคอมมูนิตี้มอลล์แห่งที่ 2 ของกลุ่มในย่านเชิงทะเล ต่อจาก Porto de Phuket ที่เปิดเมื่อปี 2562 โดยในอนาคตมีแผนขยายเฟส 2 เพิ่มพื้นที่ Family & Lifestyle เช่น Indoor Playground, Pet Paradise และ Premium Fitness

   CLD คาดว่า POP Phuket จะมีผู้ใช้บริการมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี โดยลูกค้าหลักกว่า 80% เป็นชาวต่างชาติ และมีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2569

   ส่วนอีกโครงการคือ "Tops Wongamat" มูลค่า 430 ล้านบาท พัฒนาในรูปแบบ Premium Neighborhood Lifestyle Mall บนพื้นที่รวม 4,711 ตารางเมตร ในย่านวงศ์อมาตย์ เมืองพัทยา ซึ่งเป็นทำเลที่รายล้อมด้วยโรงแรมระดับ 4-5 ดาว และคอนโดมิเนียมหรู

   โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและโรงแรมเซ็นทารา ตั้งอยู่ใกล้ Centara Grand Mirage Beach Resort Pattaya และ Cosi Pattaya Wong Amat Beach เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวและลูกค้ากำลังซื้อสูง

   ทั้งนี้ บริษัทมองว่าภูเก็ตและพัทยายังคงเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวกว่า 14 ล้านคนต่อปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 5.4 แสนล้านบาท ขณะที่ชลบุรีมีนักท่องเที่ยว 19-22 ล้านคนต่อปี สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจกว่า 2.2 แสนล้านบาท ส่งผลให้ดีมานด์ด้านไลฟ์สไตล์และคอมมูนิตี้รีเทลยังเติบโตต่อเนื่อง
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ