อสังหาฯ เปิดศึกโปรโมชันกลางปี ลด-แจก-ผ่อน เร่งระบายสต็อก
วันที่ : 21 พฤษภาคม 2569
Frasers Property Thailand ระบุตลาดอสังหาฯ ปัจจุบันแข่งขันกันที่คุณภาพชีวิตและความยืดหยุ่นทางการเงิน มากกว่าสงครามราคา พร้อมชี้แคมเปญการตลาดเป็นกลยุทธ์สำคัญช่วยเพิ่มสภาพคล่องและลดอุปสรรคการตัดสินใจซื้อบ้าน
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 2 เริ่มดุเดือด ผู้ประกอบการรายใหญ่เร่งปล่อยโปรโมชัน หวังกระตุ้นกำลังซื้อและเร่งระบายสต็อกท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังผู้ประกอบการรายใหญ่และรายกลางต่างเร่งเปิดเกมโปรโมชันชุดใหญ่ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อที่ยังเปราะบาง ต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับสูง และการแข่งขันระบายสต็อกที่เข้มข้นมากขึ้น โดยภาพรวมการแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเพียง "ส่วนลด" แต่ขยายไปสู่การช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว เพิ่มสภาพคล่อง และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ซื้อบ้าน
หนึ่งในค่ายที่เปิดเกมรุกชัดเจน คือ SC Asset Corporation หรือ SC ที่เปิดแคมเปญ "SC IS NoW ซื้อบ้าน ต้องตอนนี้" จัดงานที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ระหว่างวันที่ 5-10 พฤษภาคม 2569 โดยรวบรวมโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมในหลายทำเลศักยภาพ อาทิ วิภาวดี รังสิต รามอินทรา เกษตร-นวมินทร์ แจ้งวัฒนะ และบางใหญ่ พร้อมอัดโปรโมชั่นครั้งใหญ่เพื่อเร่งยอดขายและยอดโอนช่วงครึ่งปีแรก
นอกจากนี้ ลูกค้าที่จองภายในงานยังได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมแบบ On-top ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและสิทธิ์ลุ้นทองคำมูลค่ารวม 2 ล้านบาท โดยโครงการที่เข้าร่วมครอบคลุมตั้งแต่ระดับราคา 2.09-55 ล้านบาท ตั้งแต่คอนโดมิเนียม บ้านหลังแรก ไปจนถึงบ้านลักชัวรี
นายณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและนวัตกรรม บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายใต้ภาวะตลาดปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการความคุ้มค่ามากกว่าเดิม SC จึงเลือกใช้กลยุทธ์รวมสิทธิประโยชน์ทุกด้านไว้ในแพ็กเกจเดียว ทั้งส่วนลดสูงสุด 10 ล้านบาท อยู่ฟรี 3 ปี SC ผ่อนให้ ฟรีค่าโอน ฟรีค่าส่วนกลางสูงสุด 5 ปี รวมถึงสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอย่าง Tesla Model Y L Premium มูลค่า 1.99 ล้านบาท Cashback สูงสุด 500,000 บาท ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน และค่าทางด่วน เพื่อทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในช่วงเวลาจำกัด
แคมเปญดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันของตลาดอสังหาริมทรัพย์เวลานี้ไม่ได้แข่งกันเฉพาะ ราคาแต่แข่งกันที่การช่วยลดต้นทุนชีวิตของผู้บริโภคในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่ผู้ซื้อกังวลเรื่องภาระผ่อนชำระ ค่าใช้จ่ายประจำ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ
ด้าน แสนสิริ ร่วมจับมือกับ SCB เปิดเกมด้วยแคมเปญ "ไม่ต้องผ่อน สูงสุด 48 เดือน" ครอบคลุมโครงการของแสนสิริกว่า 100 โครงการทั่วประเทศ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม โดยชูจุดขายเรื่อง "ลดภาระการเริ่มต้นมีบ้าน" ให้ผู้ซื้อสามารถถือครองที่อยู่อาศัยได้โดยยังไม่ต้องแบกรับค่างวดในช่วงแรก
แคมเปญดังกล่าวยังมาพร้อมส่วนลดสูงสุด 10 ล้านบาท เงินคืนสูงสุด 1 ล้านบาท และฟรีค่าน้ำมันสูงสุด 100,000 บาท สะท้อนแนวโน้มใหม่ของตลาดที่สถาบันการเงินเริ่มเข้ามามีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยตรง
นายเอกภณ พฤฒิพลากร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Consumer Lending Product 1 ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ผ่านโซลูชันทางการเงินที่ยืดหยุ่น ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังผันผวน ขณะเดียวกัน ธนาคารยังคงยึดหลัก Responsible Lending ตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าวครอบคลุมโครงการกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่คอนโดมิเนียมราคาเริ่มต้นไม่ถึง 1 ล้านบาท ไปจนถึงบ้านระดับ 40 ล้านบาท พร้อมชูแนวคิด "ซักบาทก็ไม่ต้องจ่าย" ในช่วงเริ่มต้น เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินของผู้ซื้อท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวน
ฝั่ง Frasers Property Thailand เปิดเกมด้วย 2 แคมเปญหลัก ได้แก่ "CUT oFF ตัดต้น ตัดดอก" สำหรับกลุ่มบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดระดับราคา 5-40 ล้านบาท ครอบคลุม 39 โครงการ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ภายใต้แบรนด์ เดอะ แกรนด์ (THE GRAND), อัลพีน่า (ALPINA), แกรนดิโอ (GRANDIO), แกรมเมอร์ (GRAMOUR), กูธ์เธ่ (GUTE), โกลเด้น นีโอ (GOLDEN NEO), นีโอ โฮม (NEO HOME), เพรสทีจ (PRESTIGE), กราวิเต้ (GRAVITE) และโกลเด้น วิลเลจ (GOLDEN VILLAGE) โดยชูจุดขายเรื่องช่วยลดภาระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย พร้อมสิทธิพิเศษอยู่ฟรีสูงสุด 3 ปี
ขณะที่อีกแคมเปญ "พักเปย์ พักผ่อน" เจาะตลาดทาวน์โฮมระดับราคา 2-9 ล้านบาท จำนวน 28 โครงการ ภายใต้แบรนด์ โกลเด้น ทาวน์ (GOLDEN TOWN) และ โกลดีน่า (GOLDINA) เน้นตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรกและคนเริ่มสร้างครอบครัว ด้วยแนวคิดช่วย "พักภาระค่าใช้จ่าย"ในช่วงเริ่มต้นของการมีบ้าน ผ่านโปรโมชันช่วยผ่อนระยะยาวและสิทธิประโยชน์ด้านการอยู่อาศัย
นายภวรัญชน์ อุดมศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดปัจจุบันแข่งขันกันที่ "คุณภาพชีวิต" และ "ความยืดหยุ่นทางการเงิน" มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว การออกแตมเปญจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้บริโภค และลดอุปสรรคในการตัดสินใจซื้อบ้าน
ขณะเดียวกัน พฤกษา เลือกใช้กลยุทธ์ "ทุบราคา" ผ่านแคมเปญ "ลดลืมทุน" สำหรับคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ 11 โครงการภายใต้แบรนด์ Chapter Condo, The Privacy, Chapter One, The Tree และ Plum Condo ใกล้ BTS และ MRT โดยชูราคาพิเศษต่ำที่สุดตั้งแต่เปิดขาย พร้อมผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,400 บาทต่อเดือน ฟรีเฟอร์นิเจอร์ครบชุด และชูผลตอบแทนจากการลงทุนสูงสุด 7.3% หวังดึงทั้งกลุ่มเรียลดีมานด์และนักลงทุนกลับเข้าสู่ตลาด
ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ประกอบการรายกลางอย่าง กานดา พร็อพเพอร์ตี้ กลับสร้างสีสันให้ตลาดด้วยแคมเปญ "กินหมูกระทะฟรี 10 ปี" เพื่อเร่งปิดการขายโครงการไอลีฟ ทาวน์ ราชพฤกษ์-กาญจนา โดยใช้วิธีแจกสิทธิประโยชน์เดือนละ 400 บาท เป็นเวลา 10 ปี รวมมูลค่า 48,000 บาท แทนการลดราคาตรง
นายหัสกร บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ระบุว่า ไอเดียนี้เกิดจากตำแหน่งป้ายโฆษณาที่อยู่หน้าร้านหมูกระทะ ก่อนต่อยอดเป็นคอนเซ็ปต์ "หมูกระทะยังมีเตา คนเราต้องมีบ้าน" ซึ่งกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดียหลายล้านวิวโดยแทบไม่ต้องใช้งบโฆษณาเพิ่มเติม และสามารถปิดการขายได้ราว 10 ยูนิตภายใน 1 เดือน
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ถือเป็นจังหวะสำคัญสำหรับผู้ประกอบการหลายเจ้าในการเร่งยอดขายและระบายสต็อก โดยเฉพาะโครงการพร้อมอยู่ที่แบกรับต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นต่อเนื่อง หากไม่สามารถปิดการขายได้เร็วพอจะกระทบต่อกระแสเงินสดและแผนลงทุนในระยะต่อไป
อีกปัจจัยสำคัญ คือ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ผู้ซื้อบ้านยุคใหม่ไม่ได้มองเฉพาะราคาขาย แต่ให้ความสำคัญกับภาระรวมตลอดอายุการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นค่างวด ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายในการตกแต่งบ้าน ผู้ประกอบการจึงต้องออกแบบโปรโมชั่นที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม แม้โปรโมชันจะช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อได้ในระยะสั้น แต่โจทย์สำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในระยะยาวยังคงอยู่ที่กำลังซื้อจริงของผู้บริโภค ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ และทิศทางเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าตลาดจะฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืนมากน้อยเพียงใดต่อไปในอนาคต
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังผู้ประกอบการรายใหญ่และรายกลางต่างเร่งเปิดเกมโปรโมชันชุดใหญ่ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อที่ยังเปราะบาง ต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับสูง และการแข่งขันระบายสต็อกที่เข้มข้นมากขึ้น โดยภาพรวมการแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเพียง "ส่วนลด" แต่ขยายไปสู่การช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว เพิ่มสภาพคล่อง และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ซื้อบ้าน
หนึ่งในค่ายที่เปิดเกมรุกชัดเจน คือ SC Asset Corporation หรือ SC ที่เปิดแคมเปญ "SC IS NoW ซื้อบ้าน ต้องตอนนี้" จัดงานที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ระหว่างวันที่ 5-10 พฤษภาคม 2569 โดยรวบรวมโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมในหลายทำเลศักยภาพ อาทิ วิภาวดี รังสิต รามอินทรา เกษตร-นวมินทร์ แจ้งวัฒนะ และบางใหญ่ พร้อมอัดโปรโมชั่นครั้งใหญ่เพื่อเร่งยอดขายและยอดโอนช่วงครึ่งปีแรก
นอกจากนี้ ลูกค้าที่จองภายในงานยังได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมแบบ On-top ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและสิทธิ์ลุ้นทองคำมูลค่ารวม 2 ล้านบาท โดยโครงการที่เข้าร่วมครอบคลุมตั้งแต่ระดับราคา 2.09-55 ล้านบาท ตั้งแต่คอนโดมิเนียม บ้านหลังแรก ไปจนถึงบ้านลักชัวรี
นายณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและนวัตกรรม บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายใต้ภาวะตลาดปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการความคุ้มค่ามากกว่าเดิม SC จึงเลือกใช้กลยุทธ์รวมสิทธิประโยชน์ทุกด้านไว้ในแพ็กเกจเดียว ทั้งส่วนลดสูงสุด 10 ล้านบาท อยู่ฟรี 3 ปี SC ผ่อนให้ ฟรีค่าโอน ฟรีค่าส่วนกลางสูงสุด 5 ปี รวมถึงสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอย่าง Tesla Model Y L Premium มูลค่า 1.99 ล้านบาท Cashback สูงสุด 500,000 บาท ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน และค่าทางด่วน เพื่อทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในช่วงเวลาจำกัด
แคมเปญดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันของตลาดอสังหาริมทรัพย์เวลานี้ไม่ได้แข่งกันเฉพาะ ราคาแต่แข่งกันที่การช่วยลดต้นทุนชีวิตของผู้บริโภคในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่ผู้ซื้อกังวลเรื่องภาระผ่อนชำระ ค่าใช้จ่ายประจำ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ
ด้าน แสนสิริ ร่วมจับมือกับ SCB เปิดเกมด้วยแคมเปญ "ไม่ต้องผ่อน สูงสุด 48 เดือน" ครอบคลุมโครงการของแสนสิริกว่า 100 โครงการทั่วประเทศ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม โดยชูจุดขายเรื่อง "ลดภาระการเริ่มต้นมีบ้าน" ให้ผู้ซื้อสามารถถือครองที่อยู่อาศัยได้โดยยังไม่ต้องแบกรับค่างวดในช่วงแรก
แคมเปญดังกล่าวยังมาพร้อมส่วนลดสูงสุด 10 ล้านบาท เงินคืนสูงสุด 1 ล้านบาท และฟรีค่าน้ำมันสูงสุด 100,000 บาท สะท้อนแนวโน้มใหม่ของตลาดที่สถาบันการเงินเริ่มเข้ามามีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยตรง
นายเอกภณ พฤฒิพลากร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Consumer Lending Product 1 ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ผ่านโซลูชันทางการเงินที่ยืดหยุ่น ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังผันผวน ขณะเดียวกัน ธนาคารยังคงยึดหลัก Responsible Lending ตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าวครอบคลุมโครงการกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่คอนโดมิเนียมราคาเริ่มต้นไม่ถึง 1 ล้านบาท ไปจนถึงบ้านระดับ 40 ล้านบาท พร้อมชูแนวคิด "ซักบาทก็ไม่ต้องจ่าย" ในช่วงเริ่มต้น เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินของผู้ซื้อท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวน
ฝั่ง Frasers Property Thailand เปิดเกมด้วย 2 แคมเปญหลัก ได้แก่ "CUT oFF ตัดต้น ตัดดอก" สำหรับกลุ่มบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดระดับราคา 5-40 ล้านบาท ครอบคลุม 39 โครงการ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ภายใต้แบรนด์ เดอะ แกรนด์ (THE GRAND), อัลพีน่า (ALPINA), แกรนดิโอ (GRANDIO), แกรมเมอร์ (GRAMOUR), กูธ์เธ่ (GUTE), โกลเด้น นีโอ (GOLDEN NEO), นีโอ โฮม (NEO HOME), เพรสทีจ (PRESTIGE), กราวิเต้ (GRAVITE) และโกลเด้น วิลเลจ (GOLDEN VILLAGE) โดยชูจุดขายเรื่องช่วยลดภาระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย พร้อมสิทธิพิเศษอยู่ฟรีสูงสุด 3 ปี
ขณะที่อีกแคมเปญ "พักเปย์ พักผ่อน" เจาะตลาดทาวน์โฮมระดับราคา 2-9 ล้านบาท จำนวน 28 โครงการ ภายใต้แบรนด์ โกลเด้น ทาวน์ (GOLDEN TOWN) และ โกลดีน่า (GOLDINA) เน้นตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรกและคนเริ่มสร้างครอบครัว ด้วยแนวคิดช่วย "พักภาระค่าใช้จ่าย"ในช่วงเริ่มต้นของการมีบ้าน ผ่านโปรโมชันช่วยผ่อนระยะยาวและสิทธิประโยชน์ด้านการอยู่อาศัย
นายภวรัญชน์ อุดมศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดปัจจุบันแข่งขันกันที่ "คุณภาพชีวิต" และ "ความยืดหยุ่นทางการเงิน" มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว การออกแตมเปญจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้บริโภค และลดอุปสรรคในการตัดสินใจซื้อบ้าน
ขณะเดียวกัน พฤกษา เลือกใช้กลยุทธ์ "ทุบราคา" ผ่านแคมเปญ "ลดลืมทุน" สำหรับคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ 11 โครงการภายใต้แบรนด์ Chapter Condo, The Privacy, Chapter One, The Tree และ Plum Condo ใกล้ BTS และ MRT โดยชูราคาพิเศษต่ำที่สุดตั้งแต่เปิดขาย พร้อมผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,400 บาทต่อเดือน ฟรีเฟอร์นิเจอร์ครบชุด และชูผลตอบแทนจากการลงทุนสูงสุด 7.3% หวังดึงทั้งกลุ่มเรียลดีมานด์และนักลงทุนกลับเข้าสู่ตลาด
ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ประกอบการรายกลางอย่าง กานดา พร็อพเพอร์ตี้ กลับสร้างสีสันให้ตลาดด้วยแคมเปญ "กินหมูกระทะฟรี 10 ปี" เพื่อเร่งปิดการขายโครงการไอลีฟ ทาวน์ ราชพฤกษ์-กาญจนา โดยใช้วิธีแจกสิทธิประโยชน์เดือนละ 400 บาท เป็นเวลา 10 ปี รวมมูลค่า 48,000 บาท แทนการลดราคาตรง
นายหัสกร บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ระบุว่า ไอเดียนี้เกิดจากตำแหน่งป้ายโฆษณาที่อยู่หน้าร้านหมูกระทะ ก่อนต่อยอดเป็นคอนเซ็ปต์ "หมูกระทะยังมีเตา คนเราต้องมีบ้าน" ซึ่งกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดียหลายล้านวิวโดยแทบไม่ต้องใช้งบโฆษณาเพิ่มเติม และสามารถปิดการขายได้ราว 10 ยูนิตภายใน 1 เดือน
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ถือเป็นจังหวะสำคัญสำหรับผู้ประกอบการหลายเจ้าในการเร่งยอดขายและระบายสต็อก โดยเฉพาะโครงการพร้อมอยู่ที่แบกรับต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นต่อเนื่อง หากไม่สามารถปิดการขายได้เร็วพอจะกระทบต่อกระแสเงินสดและแผนลงทุนในระยะต่อไป
อีกปัจจัยสำคัญ คือ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ผู้ซื้อบ้านยุคใหม่ไม่ได้มองเฉพาะราคาขาย แต่ให้ความสำคัญกับภาระรวมตลอดอายุการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นค่างวด ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายในการตกแต่งบ้าน ผู้ประกอบการจึงต้องออกแบบโปรโมชั่นที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม แม้โปรโมชันจะช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อได้ในระยะสั้น แต่โจทย์สำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในระยะยาวยังคงอยู่ที่กำลังซื้อจริงของผู้บริโภค ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ และทิศทางเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าตลาดจะฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืนมากน้อยเพียงใดต่อไปในอนาคต
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ
