สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 4 ปี 2568 และแนวโน้มปี 2569
วันที่ : 20 เมษายน 2569
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดทำบทวิเคราะห์ เรื่อง “สถานการณ์ ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 4 ปี 2568 และแนวโน้มปี 2569” พบว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ชะลอตัวทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยอุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า เช่นเดียวกับด้านอุปทานที่ปรับตัวลดลง ทั้งใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน ใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัย ที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่และที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จ จดทะเบียน สะท้อนให้เห็นถึงการระมัดระวังของผู้ประกอบการต่อการเปิดขายโครงการใหม่ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณารายไตรมาส (QoQ) พบว่า การโอนกรรมสิทธิ์ปรับตัวดีขึ้นทั้งด้านจำนวนหน่วยและมูลค่า ส่วนหนึ่งเป็นผลแรงหนุนของมาตรการรัฐ ได้แก่ การลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองเหลือประเภท ร้อยละ 0.01 รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ทุกระดับราคา นอกจากนี้ ในช่วงท้ายปี ตลาดยังได้รับแรงส่งเพิ่มเติมจากมาตรการ Quick Big Win ของรัฐบาล ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นถึงปานกลาง และช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ซื้อที่อยู่อาศัย ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวมมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. สถานการณ์ด้านอุปทานที่อยู่อาศัย
1.1 ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน กรุงเทพฯ – ปริมณฑล
ไตรมาส 4 ปี 2568 ที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ – ปริมณฑล มีจำนวน 4,306 หน่วย ลดลงร้อยละ -2.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากจำนวนใบอนุญาตจัดสรรทั้งหมด พบว่า บ้านเดี่ยวได้รับใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุด 1,837 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 42.7 และพบว่าประเภทที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรเพิ่มขึ้น ได้แก่ บ้านแฝดร้อยละ 72.4 บ้านเดี่ยวร้อยละ 20.9 และที่ดินจัดสรรเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 1.0 ส่วนประเภทที่ลดลง ได้แก่ อาคารพาณิชย์ลดลงถึงร้อยละ -90.6 และทาวน์เฮ้าส์ลดลงร้อยละ -21.1 (รายละเอียดตามแผนภูมิที่ 1 และตารางที่ 1) ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปี 2568 มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน จำนวน 19,802 หน่วย ลดลงร้อยละ –47.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และพบว่า ทาวน์เฮ้าส์มีจำนวนมากที่สุด คือ 8,705 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 44.0 รองลงมาได้แก่ บ้านเดี่ยว มีจำนวน 8,082 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40.8 เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่า กรุงเทพมหานคร มีใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุด 7,181 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 36.3 รองลงมา ได้แก่ สมุทรปราการ มีจำนวน 6,584 หน่วย ร้อยละ 33.2 และพบว่า ทุกจังหวัดมีใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยลดลง ขณะที่นครปฐมและนนทบุรี ไม่มีโครงการที่ได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยในปี 2568 (รายละเอียดตามตารางที่ 2)...
1. สถานการณ์ด้านอุปทานที่อยู่อาศัย
1.1 ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน กรุงเทพฯ – ปริมณฑล
ไตรมาส 4 ปี 2568 ที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ – ปริมณฑล มีจำนวน 4,306 หน่วย ลดลงร้อยละ -2.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากจำนวนใบอนุญาตจัดสรรทั้งหมด พบว่า บ้านเดี่ยวได้รับใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุด 1,837 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 42.7 และพบว่าประเภทที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรเพิ่มขึ้น ได้แก่ บ้านแฝดร้อยละ 72.4 บ้านเดี่ยวร้อยละ 20.9 และที่ดินจัดสรรเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 1.0 ส่วนประเภทที่ลดลง ได้แก่ อาคารพาณิชย์ลดลงถึงร้อยละ -90.6 และทาวน์เฮ้าส์ลดลงร้อยละ -21.1 (รายละเอียดตามแผนภูมิที่ 1 และตารางที่ 1) ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปี 2568 มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน จำนวน 19,802 หน่วย ลดลงร้อยละ –47.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และพบว่า ทาวน์เฮ้าส์มีจำนวนมากที่สุด คือ 8,705 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 44.0 รองลงมาได้แก่ บ้านเดี่ยว มีจำนวน 8,082 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40.8 เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่า กรุงเทพมหานคร มีใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุด 7,181 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 36.3 รองลงมา ได้แก่ สมุทรปราการ มีจำนวน 6,584 หน่วย ร้อยละ 33.2 และพบว่า ทุกจังหวัดมีใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยลดลง ขณะที่นครปฐมและนนทบุรี ไม่มีโครงการที่ได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยในปี 2568 (รายละเอียดตามตารางที่ 2)...
สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่
